ข่าว

สุราษฎร์ฯน้ำท่วมยังน่าห่วงขยายเป็นวงกว้าง7อำเภอ

สุราษฎร์ฯน้ำท่วมยังน่าห่วงขยายเป็นวงกว้าง7อำเภอ

03 ธ.ค. 2559

สุราษฎร์ธานียังน่าห่วงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากขยายพื้นที่เป็น 8 อำเภอ หลังฝนยังตกหนักต่อเนื่อง สะพานขาด ถนนเชื่อมหมู่บ้านขาด ชาวประมงพื้นบ้านยังไม่ทราบชะตากรรม


          ล่าสุดสถานการณ์ฝนยังตกหนักในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากเข้าน้ำท่วมที่ขยายวงกว้างเป็น 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.วิภาวดี อ.คีรีรัฐนิคม อ.พุนพิน อ.ท่าฉาง อ.ดอนสัก อ.กาญจนดิษฐ์ โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย สูญหาย 1 ราย คือ นางอัมพร ชูพรหมแก้ว อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 29 ม.4 ต.น้ำรอบ อ.พุนพิน นำเรือออกไปหาปลาในแม่น้ำตาปี ถูกกระแสน้ำพัดเรือล่มในพื้นที่ ต.บางมะเดื่อ อ.พุนพิน ด.ช.ณัฐพล มานะจักร อายุ 6 ปี ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ถูกกระแสน้ำที่ไหลหลากซัดตกน้ำ และนายสุเทพ แอบมณี อายุ 57 ปี ชาว ต.พุมเรียง อ.ไชยา นำเรือประมงพื้นบ้านออกจับวางอวนจับกุ้งถูกคลื่นซัดเรือล่มจมหายไปบริเวณปากอ่าวพุมเรียง โดยไม่ทราบชะตากรรม ความแรงของน้ำได้ไหลท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนและถนนภายในหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30 ซม.ถึง 1 เมตรเศษ ถนนเชื่อมหมู่บ้านหลายแห่งรถผ่านไม่ได้

          ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า พืชผลการเกษตรเสียหายหนัก ถนนเชื่อมหมู่บ้านในหมู่ที่ 7 ตำบลบางงอน อำเภอพุนพิน ขาดเป็นทางยาวกว่า 4 เมตร สะพานข้ามคลองปากหมาก หมู่ที่ 1 ต.ปากหมาก อ.ไชยาขาด 1 แห่ง รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ทางนายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้จัดส่งกำลังทหารจากค่ายวิภาวดีรังสิต เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อพปร. และหน่วยกู้ภัย และปภ.จังหวัดนำเรือท้องแบนลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือแล้ว

          ส่วนสภาพอากาศยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดเร่งประกาศให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเก็บทรัพย์สินไว้บนที่สูง และพร้อมอพยพออกจากพื้นที่หากสถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้น

          สำหรับในส่วนของความเสียหายล่าสุดทางจังหวัดได้สรุปความเสียหายทั้งหมด 7 อำเภอ มีราษฎรเดือดร้อนกว่า 5,000 ครัวเรือน กว่า 15,000 คน ความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนการช่วยเหลือตามเหตุภัยพิบัติฉุกเฉินโดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 





 

ปัตตานี น้ำท่วมบางพื้นที่เด็กจมน้ำหายไป1คนไม่ทราบชะตากรรม

          สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ จ.ปัตตานี วันนี้ ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี มีระดับสูงขึ้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ ต.บาราเฮาะ ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ส่วนอำเภอรอบนอกนั้น ทราบว่าได้มีน้ำจากภูเขาไหลหลากลงสู่ลำคลองต่างๆและไหลท่วมบ้านเรือนราษฏรบ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตามทางชาวบ้านแต่ละครัวเรือนได้เตรียมความพร้อมรับมือตลอดเวลา เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดเหตุดินโคลนจากภูเขาถล่มลงมา

          ส่วนที่คลองลาเกาะ บ้านลาเกาะ ต.เกาะจันทร์ อ.มายอ จ.ปัตตานี ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีเด็กลงไปเล่นน้ำในคลองลาเกาะ ซึ่งกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ส่งผลทำให้ถูกน้ำพัดพาจมหายไป 1 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกติดตามค้นหาตัวของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่




 

ตรังน้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น ขณะที่รถไฟสายอันดามันงดวิ่ง น้ำท่วมสถานี ต.ที่วัง 


          วันที่ 3 ธ.ค.59 สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ตรัง โดยที่ อ.รัษฎา ในพื้นที่ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.คลองปาง ต.ควนเมา ต.หนองบัว ต.เขาไพร รวม 37 หมู่บ้านระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นและขยายวงกว้างออกไปอีกหลายพื้นที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เกือบ 2,000 ครัวเรือนกว่า 5,000 คน เนื่องจากฝนยังตกหนักต่อเนื่องโดย ชาวบ้านต้องมีการขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูง บริเวณถนนเทศา-รัษฎา เส้นทางบริเวณศูนย์ราชการอำเภอรัษฎา ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30-80 ซม.มีการปิดเส้นทางจราจรชั่วคราวส่วนความเสียหายยังอยู่ในระหว่างการสำรวจ

          นายศิริพัฒ พัฒนกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มีการออกประกาศเตือนทุกอำเภอเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชม.ให้ติดตามข้อมูลอย่างกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดและห้ามประมาทอย่างเด็ดขาดโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่อยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัดและสองฝั่งแม่น้ำตรังให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุดสำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดตรัง อาทิ อ.รัษฎา อ.วังวิศษ อ.ห้วยยอด อ.สิเกา อ.นาโยง และ อ.เมือง โดยขณะนี้ได้มีการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมได้แล้วทุกด้านซึ่งจะมีการบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่าย

          นายวิรัตน์ คงดี นายสถานีรถไฟตรัง กล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้ท่วมเส้นทางรถไฟบริเวณ ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟเส้นทางตรัง-กรุงเทพ ไม่สามารถเดินทางมาถึงสถานีตรังได้ สถานีรถไฟตรัง จึงได้เตรียมรถบัสจำนวน 4 คัน เพื่อขนถ่ายผู้โดยสายให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการคืนตั๋วหรือเลื่อนกันเดินทางแต่อย่างใด