
“ซิโก้”ไม่กังวล สัญญาส.บอล! มุ่งเป้าบู๊เมียนมาร์
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดใจไม่กังวัลเรื่องสัญญาทำทีมกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่กำลังจะหมด ขอมุ่งสมาธิพาทัพ “ช้างศึก” ดวล เมียนมาร์ ศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ"
นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยมีคิวแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” รอบรองชนะเลิศ นัดแรก กับ เมียนมาร์ ที่สนามตุวันนะ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ เวลา 18.30 น. ก่อนจะกลับมาเล่นนัดที่ 2 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 8 ธันวาคม เวลา 19.00 น. สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีถ่ายทอดสดทั้ง 2 นัด ซึ่งทีมชาติไทยเดินทางไปถึงย่างกุ้งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นักเตะ “ช้างศึก” ตื่นมาวอร์มเบาๆภายในที่พัก โรงแรมโรส การ์เด้น ส่วนช่วงเย็นไปฝึกซ้อมทบทวนระบบการเล่นที่อองซาน สเตเดี้ยม ช่วงค่ำทีมไปรับประทานอาหารที่ร้านไหมไทยซึ่ง พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง จากนั้นได้เดินทางไปกราบสักการะ “พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมียนมาร์
สำหรับสภาพทีมไม่มีปัญหานักเตะมีอาการบาดเจ็บเพิ่มเติม รายของ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน วิงแบ็กซ้ายตัวเก่งสามารถกลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว ส่วนคนอื่นๆลงฝึกซ้อมได้ตามปกติ โดยทีมชาติมีโปรแกรมไปฝึกซ้อมที่สนามแข่งขันจริงที่สนามธุวันนะ ในวันที่ 3 ธันวาคม
ภายหลังการฝึกซ้อม “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า นักเตะทุกคนมีสมาธิต่อเกมนี้เพราะนี่คือเกมสำคัญ หากชนะนัดแรกจะมีความได้เปรียบทันที เป้าหมายคือการมาเพื่อเก็บชัยชนะไม่ได้มาเล่นเกมรับเพื่อหวังแค่ผลเสมอ นี่คือเกมระดับอาเซียนที่ทีมไทยจะเน้นเกมรับไม่ได้ ต้องมีทั้งรุกและรับเพื่อหวังถึงชนะ
“เมียนมาร์ทีมนี้นักเตะเป็นพลังหนุ่ม ดังนั้นคงเปิดเกมลุยเข้าใส่แน่นอน แต่ไม่ได้กังวัลตรงนี้ เราต้องโฟกัสที่ทีมเราก่อน ส่วนผู้เล่นที่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ ทั้ง ธีราทร บุญมาทัน และ ประทุม ชูทอง รวมถึง ชนินทร์ แซ่เอียะ ไม่ได้กังวลอะไร หากร่างกายพร้อมก็สามารถลงเล่นได้ เชื่อว่าทีมจะได้ผลการแข่งขันตามเป้าหมาย” ซิโก้ กล่าว
กุนซือ “ช้างศึก” เผยต่อว่า หลายคนถามถึงเรื่องสัญญาของตนกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่กำลังจะหมด แต่บอกเลยว่าตอนนี้ไม่ได้มีความกังวัลใดๆ เรื่องนี้ขอเอาไว้ที่หลัง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเตรียมทีมเพื่อเล่นกับ เมียนมาร์ ก่อน เป้าหมายของทีมชาติไทยคือผ่านเข้าชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ให้ได้
ขณะที่ สมาคมฟุตบอลเมียนมาร์ รายงานข่าวว่าแฟนบอลเจ้าบ้านต่อแถวเข้าคิวซื้อบัตรเข้าชมเกมนี้อย่างเนืองแน่น เนื่องจาก เมียนมาร์ เคยผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2004 หรือ 12 ปีมาแล้ว คาดกันว่าจะมีแฟนบอลเข้าไปเต็มความจุของสนามธุวันนะ ซึ่งจากเกมชี้ชะตารอบแรกนัดเจอ มาเลเซีย มีแฟนบอลเข้าชมมากถึง 32,758 คน



