'บ้านดำ'แจกภาพพิมพ์โดย'อ.ถวัลย์'แสนใบ
เก็บค่าชม 'บ้านดำ' วันแรก นักท่องเที่ยวเพียบ ลูกชายแจกภาพพิมพ์ 'มารผจญ' โดย 'อ.ถวัลย์' 1 แสนใบ
1 ธ.ค. 59 ที่ พิพิธภัณฑ์ บ้านดำ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ตั้งอยู่เลขที่ 414 บ้านแม่ปูคา ม.13 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ได้มีการเก็บค่าเข้าชมเป็นวันแรก นับตั้งแต่มีการก่อสร้างบ้านดำมา ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้เข้าชมฟรี โดยได้ตั้งจุดจำหน่ายตั๋วบริเวณช่องทางเข้า ด้านซ้ายของมหาวิหาร เพื่อคอยให้บริการผู้ที่จะเดินทางเข้าไปชมบ้านดำ โดยนายดอยธิเบศร์ ดัชนี บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ได้ถือเอาเป็นฤกษ์ดี เวลา 09.00 น. ในการเปิดให้นักท่องเที่ยวซื้อตั๋วเข้าชมคนแรก โดยนายดอยธิเบศร์ ได้ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยตัวเอง พร้อมแจกภาพพิมพ์ “มารผจญ” ต้นแบบโดยอาจารย์ถวัลย์ จัดพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษพิมพ์ทองโดยมีลายเซ็นของนายดอยธิเบศร์ และก่อนเข้าชมมีการแสดงฟ้อนรำต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวชุดแรกอย่างสวยงามเป็นที่ประทับใจ
สำหรับการเก็บค่าเข้าชมบ้านดำคนละ 80 บาท ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. ทุพพลภาพหรือพิการ นักบวช ผู้สวมชุดนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ข้าราชการ มัคคุเทศก์ องค์กรภาครัฐ และเอกชนที่ติดต่อไปล่วงหน้า สถาบันการศึกษาที่ไปทัศนศึกษา ซึ่งบรรยากาศวันแรกยังคงเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ภายในบริเวณบ้านดำเนื้อที่ประมาณ 38 ไร่ ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างที่แสดงถึงศิลปะที่งดงามกว่า 43 หลัง ให้ได้เที่ยวชมเช่นเดิม โดยเฉพาะหลังหน้าสุดคือ มหาวิหาร เป็นสถานที่เก็บกระดูกของอาจารย์ถวัลย์ ได้เปิดให้เดินเข้าไปได้ทั่ว โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.ของทุกวัน
นายดอยธิเบศร์ ดัชนี กล่าวว่า ตั้งแต่บ้านดำสร้างมาได้นานกว่า 40 ปี ไม่เคยมีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ โดยเราใช้เงินจากผู้บริหาร ตั้งแต่รุ่นของบิดา จนถึงรุ่นตน ก็พบว่า มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสูงถึงเดือนละกว่า 1 ล้านบาท ทั้งค่าบริหารจัดการภายใน ค่าบำรุงรักษา และที่ผ่านมาก็ต้องพึ่งพาตัวเองโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใดไม่ว่าจะเป็นการดูแลในช่วงเวลาปกติ ถูกน้ำท่วม แผ่นดินไหวจนมหาวิหารเสียหายหนักเมื่อหลายปีก่อน จึงได้หารือกันเพื่อให้บ้านดำสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน จึงได้จัดระบบใหม่ด้วยการจัดเก็บค่าเข้าชม ซึ่งรายได้ที่ได้ก็จะนำมาเป็นค่าบริหารจัดการและค่าบำรุงรักษา ซึ่งเราก็มีบริการต่างๆ เพิ่มเติมมากมาย เช่น ผู้เข้าชมจะได้รับภาพพิมพ์มารผจญ ซึ่งจัดทำจำนวนจำกัดแค่ 100,000 ใบ โดยแต่ละใบมีมูลค่า ใบละ 500 บาท ภายในบ้านดำมีมัคคุเทศก์ หรือไกด์ ให้บริการ 3 ภาษาคือ ไทย จีน และอังกฤษ ประจำอยู่ตรงมหาวิหารและตามอาคารด้านในอีกหลายจุด รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้จะมีการแสดงทุกวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 2 ช่วง ในเวลา 11.00 น. และ 14.00 น. ส่วนในอนาคตก็จะมีการจัดงานภาคกลางคืน กาดมั่วคัวศิลป์ ตลาดศิลปะ หรืออาร์ตมาร์เก็ต ต่อไป
“บ้านดำยังคงเป็นแหล่งสำหรับศิลปะและเปิดให้คนชุมชนได้เข้ามาทำงาน เพราะเรามุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย โดยให้คนได้แวะมาเที่ยวและพัก ไม่ใช่เป็นเหมือนเมืองทางผ่าน จึงได้พยายามพัฒนาภายใน โดยภายหลังจัดเก็บค่าเข้าชมก็ได้เพิ่มคนงานภายในจากเดิมมีแค่ 40 คน ก็เพิ่มอีกประมาณ 20 คน เป็น 60 คน เพื่อคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือน ทั้งนี้ ในปัจจุบันจะมีการยกระดับบ้านดำให้เป็นมูลนิธิบ้านดำ จากเดิมที่เรามีกองทุนบ้านดำอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะสามารถผลักดันเป็นมูลนิธิเพื่อพัฒนาบ้านดำได้อย่างยั่งยืนในปี 2560 นี้” นายดอยธิเบศร์ กล่าว



