
บสย.เร่งค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี
บสย.พร้อมค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี โดยมี 19 ธนาคารปล่อยสินเชื่อ คาดสิ้นปียอดค้ำประกันพุ่ง 3,000 ล้าน หวังปลุกบรรยากาศลงทุน
นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. ได้จัดงานเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ 19 ธนาคารพันธมิตร เพื่อประกาศความพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน (PGS6) ในวงเงิน 100,000 ล้านบาท เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในประเทศ
“วันนี้ บสย. ได้ร่วมลงนาม MOU กับธนาคารต่างๆ ซึ่งจะทยอยลงนามจนครบ 19 ธนาคารภายในสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้มี 3 ธนาคารพร้อมปล่อยสินเชื่อ และใช้ บสย.ค้ำประกันในโครงการนี้ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ไทย คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการผ่านโครงการนี้ได้ 3,000 ล้านบาท” นายนิธิศกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน ซึ่งป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 มีระยะเวลารับคำขอค้ำประกันถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 คาดว่าตลอดโครงการจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ 33,000 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบคิดเห็น 168,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบ 458,000 ล้านบาท
โดยข้อดีของโครงการเอสเอ็มอีทวีทุน คือ การขยายระยะเวลาการค้ำประกันจาก 7 ปี เป็น 10 ปี เพื่อให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 1.75% ต่อปี นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีที่เข้าระบบฐานภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ และความช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ โครงการดังกล่าวจึงมีคุณสมบัติเพิ่มเติมว่า ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็นเอสเอ็มอี ประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล



