
กรมพละทุ่ม 64 ล้าน จัดบอล 4 จังหวัดชายแดนใต้
กรมพลศึกษา ทุ่ม 64 ล้าน จัดศึกลูกหนังสันติสุข "ทุ่งยางแดงโมเดล" 4 จังหวัดชายแดนใต้ร่วมโม่แข้ง รอบชิง 11-18 ธ.ค. ที่ปัตตานี
วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ที่ห้องศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานแถลงข่าวจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับตำบล (ฟุตบอลสันติสุข) ตามแนวทางทุ่งยางแดงโมเดล ประจำปี 2559 โดยมีแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 18-25 ปี มีทีมจาก 4 จังหวัดชายแดนใต้ คือ จ.ยะลา, จ.ปัตตานี, นราธิวาส, สงขลา ตำบลละ 1 ทีม รวม 290 ตำบล แบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 18 ทีมแข่งขันระบบลีก(เหย้า-เยือน) ภายในกลุ่ม และนำทีมชนะเลิศแต่ละกลุ่มมาแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบบพบกันหมด วันที่ 11-18 ธันวาคม ที่สนามเรนโบว์ สเตเดียม และสนาม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งสำนักการกีฬาฯ จะเก็บข้อมูลนักกีฬาเข้าฐานระบบของกรมพลศึกษา และดำเนินการจัดหาผู้ตัดสินที่มีมาตรฐานมาทำหน้าที่ให้เป็นมาตรฐานการแข่งขันต่อไป โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 64 ล้านบาท
นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า กรมพลศึกษา มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา และส่งเสริมกีฬาเพื่อมวลชน รวมถึงกีฬาขั้นพื้นฐาน ซึ่งสิ่งสำคัญคือการสร้างบุคลากรขึ้นมาให้ความรู้ โดยเฉพาะในพื้นที่ท้องถิ่น ซึ่งกระจายตัวทั่วประเทศ ดังนั้นจึงจัดให้มี 4 ภารกิจหลักโดยสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา และการกีฬา คือ นักบริหารจัดการกีฬา, ผู้นำนันทนาการ, ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสิน โดยนำวิทยากรที่ผ่านการอบรมจากสหพันธ์กีฬาระดับนานาชาติ 18 ชนิด ทั้ง ฟุตบอล, ฟุตซอล, เซปักตะกร้อ, วอลเลย์บอล, วอลเลย์บอลชายหาด, บาสเกตบอล, แบดมินตัน, กรีฑา, มวยไทยสมัครเล่น, วู้ดบอล, ปันจักสีลัต, รักบี้ฟุตบอล, วูซู, แฮนด์บอล, แฮนด์บอลชายหาด, เทเบิลเทนนิส, ยกน้ำหนัก และเปตอง ซึ่งเน้นไปยังพื้นที่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://ipeshd.dpe.go.th
ด้าน นายสันติ ป่าหวาย ผอ.สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา และการกีฬา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการจุดประกายให้กับบุคลากรกีฬาท้องถิ่น เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมกีฬาและนันทนาการได้ในท้องถิ่น ซึ่งทุกคนสามารถต่อยอดก้าวขึ้นในระดับสูงได้ โดยตั้งเป้าหมายว่าทั้ง 4 ภารกิจจะมีผู้ผ่านการอบรมกว่า 8,000 คน และเชื่อว่าครึ่งหนึ่งจะก้าวขึ้นเป็นบุคลากรระดับสูงต่อไปได้
"โครงการนี้เน้นไปที่ผู้ตัดสินกีฬา โดยได้นำผู้ตัดสินที่ผ่านเกมระดับนานาชาติ และได้การรับรองจากสหพันธ์กีฬาต่างๆ มาถ่ายทอดประสบการณ์จริง รวมถึงแนะนำเทคนิคเกร็ดความรู้ ให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมนำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยหากผู้เข้าอบรมเหล่านี้ได้ฝึกปฏิบัติจริงตลอดระยะเวลาของการอบรม ผู้ตัดสินกีฬาของไทย จะได้รับข้อมูลที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ " นายสันติ กล่าว



