ข่าว

วสท.ชี้ประมาทใส่หมุดไม่ครบทำเครนยักษ์หักทับ5ศพ

วสท.ชี้ประมาทใส่หมุดไม่ครบทำเครนยักษ์หักทับ5ศพ

30 พ.ย. 2559

วิศวกรรมสถาน ตรวจสอบพบสาเหตุประมาท ต่อเครนใส่หมุดไม่ครบ ทำให้เกิดเหตุสยอง 5 ศพ ญาติเศร้ารับศพ ก.แรงงานเร่งคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียชีวิต

          ความคืบหน้ากรณีเครนที่อยู่ระหว่างการติดตั้งภายในพื้นที่ก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติชรูว์สบิวรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล ย่านพระราม 9 เกิดหักโค่นลงมาเป็นเหตุให้วิศวกรควบคุมงานและคนงานเสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 1 คน ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 พฤศจิกายน ฝ่ายวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

          ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวสท. กล่าวว่า เครนที่เกิดเหตุมีการติดตั้งไว้ที่ระดับความสูง 9 เมตร เเต่ต้องการต่อเพิ่มขึ้นไปให้มีความสูงถึง 15 เมตร โดยจะต้องเพิ่มทีละ 2 เมตร ซึ่งในการติดตั้งต่อเครนเพิ่มแต่ละชั้นโดยเฉพาะตามบริเวณข้อต่อ จะต้องใช้ประกับมาหุ้มแล้วใช้หมุดยึด แต่จากข้อมูลที่ได้รับและจากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่า มีการถอดตัวประกับออกก่อนทั้งที่ยังไม่ใส่หมุดให้เรียบร้อย เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้ง จึงเกิดเหตุทำให้แขนของเครนเอนหลังลงมาฟาดจนกลายเป็นอุบัติเหตุสลด 

           “ ในการติดตั้งเครนตามมาตรฐานทั่วโลก ก่อนจะถอดประกับออกนั้น จะต้องมีการติดตั้งหมุดยึดให้ครบถ้วนเสียก่อน อยากฝากเตือนไปยังบริษัทงานก่อสร้างต่างๆ ให้ยึดหลักปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย หลักขั้นตอนการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน อย่าไปคิดว่าการทำเกินเลยจะถูกต้องเสมอไป ยิ่งชำนาญมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นบ่อเกิดให้มีความประมาทมากขึ้น ก็อยากจะฝากตรงนี้ไว้” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

          ด้าน รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. กล่าวว่า  เครนตัวดังกล่าวประกอบไปด้วยปูนแข็ง ยาว 50 เมตร ด้านหลังของเครนจะสั้นกว่า ขณะที่ต้องรับน้ำหนักที่ปลายเครนถึง 2 ตัน เพราะฉะนั้นน้ำหนักที่แบกไปจะไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของเครนดังกล่าว ซึ่งเป็นหลักสำคัญ เนื่องจากแขนของเครนมีความยาวกว่า 50 เมตร ด้านหลังของเครนจึงมีความจำเป็นจะต้องถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้มีความสมดุลทั้งด้านหน้าและหลัง ทั้งนี้การใส่ดุมนั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เครนเคลื่อนที่ โดยทั่วไปแล้วจะกำหนดหลักการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งตามที่กำหนดไว้ หากไม่กำหนดไว้จะทำให้เกิดแรงดัดที่ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว เพราะจากภาพที่เห็นตัวเครนมีทุ่นน้ำหนักกระแทกเสาถึง 2 ครั้ง จนกระทั่งเครนหัก ระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตก็อยู่ใกล้กับบริเวณข้อต่อของเครน 

          “ปกติต้องให้ความมั่นใจในงานก่อสร้างที่ทำกันมายาวนาน ซึ่งมีความเป็นไปได้อยู่แล้วว่ายังไงเครนต้องเอนหลัง ทุกครั้งที่ติดตั้งเครนเสร็จแล้ว ต้องมั่นใจว่าจะสามารถอยู่ได้ โดยเครนในกทม.นั้น ทุกอันก็มีการติดตั้งเรียบร้อย จากการสังเกตนั้น ข้อต่อของเครนใส่หมุดไม่ครบ ก่อนจะถอดตัวประกับออก จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น” รศ.เอนกระบุ

          ส่วนที่ สน.มักกะสัน วันเดียวกัน ญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดต่อทำเรื่องขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.มักกะสัน กล่าวว่า ได้เชิญญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย มาสอบปากคำ ทางญาติก็ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการขอรับศพ และสินไหมทดแทน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก หลังจากนี้จะต้องประสานบริษัทผู้รับเหมามาสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนเป็นประเด็นใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

          นางสมจิตร โฉมอุปฮาด อายุ 50 ปี แม่เลี้ยงของนายนิทัศน์ โฉมอุปฮาด อายุ 25 ปี คนขับเครนเปิดเผยว่า รู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่กิดขึ้น และมีการพูดคุยกับพนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทต้นสังกัดถึงความช่วยเหลือต่างๆ รวมทั้งเงินชดเชยการเสียชีวิตซึ่งเงินที่ได้มาคงไม่คุ้มค่ากับการเสียชีวิตของบุตรชายและตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปเรียกร้อง ถ้าเลือกได้คงไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

          นางธนิษฐ์อร ไกรกิตติตวงธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ พื้นที่ 3 กระทรวงแรงงาน ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดูแลผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายเพื่อที่จะมาคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน ส่วนรายละเอียดยังระบุไม่ได้ ต้องให้เจ้าหน้าตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน