ข่าว

เตือนแก้กม.องค์กรชุมชนยึดราชการเกิดหายนะ

เตือนแก้กม.องค์กรชุมชนยึดราชการเกิดหายนะ

30 พ.ย. 2559

"มีชัย"เตือนอย่าแก้กม.องค์กรชุมชนให้ยึดระบบราชการ-เปิดช่องการเมืองแทรก หวั่นเกิดหายนะการทำงาน พร้อมเชื่อพลัง "องค์กรชุมชน" สนับสนุนงานใหญ่รัฐบาล คสช.

          30 พ.ย. 59 - นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "สภาองค์กรชุมชน กับการปฏิรูปภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่" เนื่องในงานครบรอบ 9 ปีสภาองค์กรชุมชน ตอนหนึ่งว่า สำหรับแนวคิดที่จะแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสภาองค์กรชุมชนนั้น ไม่ควรแก้ไขให้ขั้นตอนการทำงานเป็นเหมือนระบบราชการ และให้ภาคการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวในระบบ เพราะตอนที่ตนทำกฎหมายดังกล่าวกำหนดข้อห้ามไว้ 2 ประการ คือ  ไม่นำระบบราชการเข้ามาใช้กับองค์กรชุมชน เนื่องจากระบบราชการมีขั้นตอน มีกระบวนการ นับผลงานเป็นรายชิ้น มีความใหญ่โต และอุ้ยอ้าย หากสภาองค์กรชุมชนนำระบบราชการมาใช้จะเกิดความหายนะอย่างแน่นอนและห้ามการเมือง กล่าวคือ ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว หากบุคลากรของสภาองค์กรชุมชนจะไปเป็นนักการเมือง ไม่ได้ห้าม แต่หากฝ่ายการเมืองจะกลับมาทำงานในองค์กรชุมชนต้องเว้นวรรคไปก่อน 1 ปี เพื่อล้างคราบการเมือง และให้กลับมาพูดคุยด้วยภาษาชาวบ้านที่ไม่คำนึงถึงเรื่องคะแนนเสียง แต่หากถามว่าจะทำงานให้สัมฤทธิ์ผลได้อย่างไร เพราะการทำงานต้องประสานกับราชการหรือการเมือง คำตอบคือ ต้องใช้ความเป็นราษฎรพูดกับราชการให้รู้เรื่องและให้ราชการนำความเห็นของประชาชนไปพิจารณาก่อนเริ่มทำโครงการ ทั้งนี้ในร่างรัฐธรรมนูญ เขียนให้มีการปฏิรูปราชการ , ท้องถิ่น ที่เน้นการรับฟังความเห็นและมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก เพราะต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมแท้จริง ดังนั้นการแก้ไขกฎหมายอย่าทำลักษณะของการเพิ่มอำนาจ ไม่เช่นนั้นบุคคลอื่นจะแทรกแซงและทำลายระบบการรวมตัวของประชาชนที่เข้มแข็ง 

          นายมีชัย กล่าวว่า ในร่างรัฐธรรมนูญไม่มีคำใดที่เขียนว่า สภาองค์กรชุมชน เพราะกังวลว่าจะถูกเพ่งเล็ง แต่ความมุ่งหมายจะอยู่ที่สภาองค์กรชุมชน คือ วิธีที่ออกแบบไว้ให้เป็นเรื่องของประชาชนที่จะดำเนินการ โดยมีบทบัญญัติว่าหากราชการจะทำโครงการ ต้องรับฟังความเห็นของประชาชนก่อน ซึ่งสภาองค์กรชุมชนถือเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง​ อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลเตรียมทำเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยขณะนี้รัฐบาล,​นักวิชาการ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อยู่ระหว่างการคิด  แม้รัฐบาลจะกำหนดโครงการใด ๆ ได้ แต่ประชาชนต้องเป็นผู้บอกรัฐบาลว่าต้องเตรียมความพร้อมอะไร และมีสิ่งใดที่ประชาชนต้องการ และ 2.การปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยกลไกการปฏิรูปให้สำเร็จไม่ใช่แค่การออกกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องรับฟังความเห็นของประชาชนควบคู่ไปด้วย โดยตนเชื่อว่า ความเห็นของสภาองค์กรชุมชนที่มีโครงสร้างมาจากการรวมตัวของประชาชนและมีกระบวนการหารือ การคิด การไตร่ตรอง โดยคำนึงถึงความแตกต่าง หลากหลายของวิถีชีวิต จะเป็นสิ่งที่รัฐบาลเชื่อถือและนำไปพิจารณาปรับใช้

          นายมีชัย กล่าวด้วยว่าสำหรับมาตรการออกกฎหมายนั้น จะมีลักษณะเชิงบังคับ และกรณีที่มีกฎหมายที่ให้ประชาชนต้องขออนุญาตก่อนทำ ถือเป็นการให้ดุลยพินิจแก่ราชการ ซึ่งตนมองว่าการใช้ดุลยพินิจของราชการนั้นไม่ใช่ของวิเศษ ดังนั้นในร่างรัฐธรรมนูญจึงเขียนเนื้อหาให้ลดขั้นตอนดังกล่าวให้เหลือเท่าที่จำเป็น นอกจากนั้นในแนวความคิดของตน กำลังจะเปลี่ยนระบบกฎหมายของไทย จากเดิม มีแต่ข้อห้าม แต่จะมีบทลงโทษข้าราชการด้วย 

           "เราทยอยออกกฎหมายว่าราชการทำงานอะไร ต้องบอกเหตุผล และความต้องการ เวลายื่นเอกสาร ต้องบอกให้ชัดเจนว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง และเมื่อส่งเอกสารครบแล้วต้องกำหนดว่าจะใช้เวลาทำงานเมื่อใด เช่น 1 ปี ดังนั้นในพรบ.อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการอนุญาต กำหนดว่าเมื่อตรวจแล้วจะเรียกเอกสารเพิ่มเติมไม่ได้ เว้นแต่กรณีจำเป็นพบว่าเอกสารขาดและอาจขัดต่อกฎหมายแต่เรียกได้ต้องลงโทษข้าราชการคนนั้นเสียก่อนผมขอรับปากกับสภา จะเอาสภาองค์กรชุมชนใส่ไว้ในกฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการทำงานแบบร่วมด้วยช่วยกัน แต่การทำงานเริ่มแรกผมขอร้องว่าอย่าจ้องจับผิด รู้ทั้งรู้ก็เฉย ๆ ไว้หากไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน "​นายมีชัย กล่าว.