
ปลูกสับปะรดภูงาแซมร่องสวน วิถีเกษตร“จักรเพชร ชำนิกุล”
โดย -โต๊ะข่าวเกษตร
หลังอำลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนก็หันมาปลูกสับปะรดภูงาสานต่อวิถีเกษตรกรจากพ่อแม่ที่ทำสวนปาล์มน้ำมันและปลูกสับปะรดภูงาสำหรับ“จักรเพชร ชำนิกุล”เกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่วัย 28 ปีแห่ง้านเชียงใหม่ ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขาพัฒนาการเกษตร ได้เลือกทำงานเป็นลูกจ้างในบริษัทต่างจังหวัด ทำงานอยู่หลายปีแต่ก็ไม่เหลือเงินเก็บและบางเดือนก็ไม่พอใช้ จึงลาออกหันกลับมาสวมหมวกเกษตรกรเจริญรอยตามพ่อและแม่ โดยได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ ปลูกและจำหน่ายโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และในช่วงราคาตกยังสามารถแปรรูปเป็นสับปะรดกวนจำหน่ายแบบครบวงจร ปัจจุบันเขาปลูกสับปะรดภูงาบนเนื้อที่ 60 ไร่เศษโดยอาศัยปลูกในพื้นที่ปลูกใหม่ของยางพาราและปาล์มน้ำมันของเกษตรกรทั่วไปแบบฟรีๆ พร้อมรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลสวนให้เจ้าของที่ดินเป็นอย่างดีในระหว่าง 1-3 ปี
สำหรับตลาดนั้น จักรเพชรบอกว่าไม่มีปัญหามีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวน สนนราคาจำหน่าย(ปลีก)ลูกละ 25 บาทและขายส่งลูกละ 20 บา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะได้ประมาณไร่ละ 10,000 บาท นอกจากนั้นยังมีรายได้จากการขายหน่อสับปะรด ในราคาหน่อละ 1 บาท ปีละอีกกว่า 100,000 บาทอีกด้วย สำหรับสับปะรดภูงา เป็นพืชเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกสับปะรดภูงาแซมในสวนปาล์มน้ำมัน ที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี เกษตรกรสามารถปลูกได้ตลอดปี ขยายพันธุ์โดยการใช้หน่อ พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกสับปะรดภูงาได้ 5,000 ต้น ใช้เวลาประมาณ 1 ปี 4 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ มีการตั้งกลุ่มเกษตรผู้ปลูกสับปะรด เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเดือนละครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอตะกั่วทุ่งร่วมด้วย
"สับปะรดภูงา เป้นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดพังงาปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมาก เนื่องจากไม่มีศัตรูพืชรบกวน ไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้ต้นทุนน้อย แต่สามารถขายได้ในราคาสูง ทำให้มีกำไรมากกว่าการปลูกพืชชนิดอื่น"เกษตรกรคนเดิมกล่าวทิ้งท้าย ก่อนขอตัวไปเก็บสับปะรดที่สวน
.............................................................................



