ข่าว

"บอล"ปัดสั่งตื้บลูกนายพล แต่รับอยู่ในเหตุการณ์

"บอล"ปัดสั่งตื้บลูกนายพล แต่รับอยู่ในเหตุการณ์

29 พ.ย. 2559

"บอล"ปัดสั่งตื้บลูกนายพล แต่รับอยู่ในเหตุการณ์

    ความคืบหน้าคดีนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือเจมส์ อายุ 23 ปี นักศึกษาปี 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยพายัพ ลูกชายของ พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 38 (ผบ.มทบ.38) ถูกกลุ่มการ์ดที่ดูแลร้านอาหารชื่อมาลิน สกาย ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทำร้ายเมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยขณะเกิดมีกลุ่มดาราเข้าไปเที่ยวในร้านอาหารดังกล่าวและตกเป็นข่าวพัวพันโดยเฉพาะชายคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนหนุ่มของดาราสาว ที่ผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นคนสั่งให้การ์ดเข้ามารุมทำร้ายนั้น

    หลังจากเมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (29 พ.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายกฤษณะ อมิตรสูญ หรือบอล แฟนหนุ่มของ “อุ้ม” ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ดาราสาวชื่อดัง ได้เข้าพบ พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เพื่อให้ปากคำคดีดังกล่าว

    พ.ต.อ.สรายุทธ เปิดเผยว่า นายบอล หรือนายกฤษณะ ได้ติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งให้ปากคำ โดยนายบอลเดินทางเข้ามาพบในฐานะพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายบอลและสถานะยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหา สำหรับในส่วนของผู้เสียหายได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกให้บุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุและพยานที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดเข้ามาให้ปากคำ ทั้งนักศึกษาที่มากินข้าว ดาราและพนักงานเสิร์ฟทั้งหมด 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนายบอลเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายธนิน เลิศอำรุงกุล เจ้าของร้านมาลิน สกาย ได้ตามเข้ามาพบ พ.ต.อ.สรายุทธ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รรท.ผบช.ภ.5 ได้เข้าร่วมสอบสวนด้วย

    ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ต.ต.พูลทรัพย์ เปิดเผยหลังสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมงว่า นายกฤษณะยังแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธทั้งหมดโดยขณะนี้ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาแต่เข้ามาในฐานะเป็นผู้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเบื้องต้นนายกฤษณะยอมรับว่าเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้เป็นคนสั่งให้ทำร้ายผู้เสียหายและปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมดกำลังเร่งตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดรวมทั้งกลุ่มดาราด้วย

    สำหรับร้านมาลินสกาย นายกฤษณะบอกว่าไม่ได้เป็นเจ้าของร้าน แต่เป็นผู้บริหารโครงการเชียงใหม่คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของร้านมาลินสกายซึ่งอยู่ในความดูแลของโครงการเท่านั้นและเรื่องกล้องวงจรปิดของร้านที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าก่อนหน้าเกิดเหตุกล้องวงจรปิดยังติดอยู่ที่ร้าน แต่เมื่อเกิดเหตุกล้องวงจรปิดได้มีการถอดเซิร์ฟเวอร์ออกไปเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบหาพยานหลักฐานโดยละเอียด อย่างไรก็ตามขณะที่สอบปากคำได้มีทนายของนายกฤษณะเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ได้ให้กลับไปเนื่องจากยังไม่แจ้งข้อหาและไม่ได้เป็นผู้ต้องหา

    “อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่เคยได้รับโทษจำคุกและดำเนินคดีตามกฎหมายเท่านั้น โดยขอยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีผู้มีอิทธิพลซึ่งคดีนี้คาดว่าจะสรุปรูปคดีได้ภายในเร็วๆนี้ และอยากขอให้ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาให้ปากคำเพื่อเป็นพยานหลักฐานให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้แก่พยานทุกคน” พล.ต.ต.พูลทรัพย์ กล่าว