
กกท.แนะส.บอล จัดประชุมชี้ขาด คดีอาร์มี่-ชัยนาท ฝืน!-อาจตัดงบ
คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์กีฬาอาชีพ เห็นชอบให้ สมาคมลูกหนังไทย จัดการประชุมใหญ่พิเศษเพื่อเปิดโอกาสให้ อาร์มี่, ชัยนาท และ ขอนแก่น เข้าชี้แจงรายละเอียด
พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์กีฬาอาชีพ ครั้งที่ 7/2559 และคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์กีฬาอาชีพ ครั้งที่13/2559 ที่ห้องประชุม 115 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน โดยคณะกรรมการได้เชิญสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ร้องทุกข์เข้ามาว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯได้สั่งระงับเพิกถอนสิทธิสมาชิกภาพ เข้ามาชี้แจง และอีกเรื่องคือ สโมสรอาร์มี่ยูไนเต็ด และชัยนาท ฮอร์นบิล ร้องทุกข์ในเรื่องที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีคำสั่งยุติการแข่งขันและเรื่องการจัดอันดับผลการแข่งขันประจำฤดูกาล 2559 ทำให้ทั้ง 2 ทีมตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ฤดูกาลหน้า ซึ่งคณะได้เรียกทุกฝ่ายเข้ามาชี้แจง เพื่อดูข้อเท็จจริงและไกล่เกลี่ย โดยดูตามข้อบังคับต่างๆ ทั้งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกีฬาอาชีพ และ พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กกท.ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการฯ กล่าวว่า ประธานสโมสรขอนแก่น ได้มารับฟังแนวทางคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ได้ข้อสรุปดังนี้ ขอนแก่นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายในเดือนธันวาคมและเสนอให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รับหนังสืออุทธรณ์ รวมทั้งเสนอให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พิจารณาเรื่องระงับสิทธิสมาชิกภาพของขอนแก่นภายในที่ประชุมใหญ่พิเศษในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ขอนแก่น ได้ฟ้องศาลปกครองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนเพื่อรักษาสิทธิโดยถ้าได้ข้อยุติขอนแก่นยินดีถอนฟ้อง
ส่วนกรณีร้องทุกข์ของอาร์มี่และชัยนาท นายทนุเกียรติ กล่าวว่า ได้เชิญผู้แทนทั้ง 2 ทีมและสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาชี้แจงไกล่เกลี่ยร่วมกันแล้ว โดยได้เสนอให้เพิ่มเป็น 20 ทีมในปีหน้า ซึ่งในเรื่องการยุติการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สามารถดำเนินการได้ แต่การจัดอันดับนั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อหลายสโมสรในเรื่องสิทธิประโยชน์จึงจะต้องให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯจัดประชุมใหญ่พิเศษเพื่อให้ทั้ง อาร์มี่ และชัยนาทเข้าชี้แจงภายในเดือนธันวาคมนี้
จากนั้นที่ประชุมได้มีมติให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯเปิดประชุมใหญ่พิเศษเพื่อนำเรื่องการระงับสิทธิสมาชิกภาพของขอนแก่นเข้าไปพิจารณา รวมทั้งเปิดโอกาสให้ อาร์มี่และชัยนาท เข้าชี้แจงและให้สโมสรสมาชิกที่เป็นโหวตเตอร์ 72 เสียงเป็นผู้ลงคะแนนโดยที่หากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว มีโอกาสยื่นอุทธรณ์มายังคณะกรรมการภายใน 30 วัน ตาม พรบ.กีฬาอาชีพ
ทั้งนี้กรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย พรบ.กีฬาอาชีพ มาตรา 26 กำหนดว่ากรณีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบ, ประกาศ, คำสั่ง หรือ คำวินิจฉัยให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งงดหรือระงับการช่วยเหลือ การส่งเสริมและการสนับสนุนได้ทั้งหมด หรือบางส่วน โดยที่การสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะมีการสนับสนุนเงินค่าตอบแทนผู้ตัดสินระดับดิวิชั่น 2, การตรวจลงตรานักกีฬาและบุคลากรต่างชาติ และการสนับสนุนเงินรางวัลฟุตซอล และเงินรางวัลพิเศษ
พล.อ.อดุลยเดช กล่าวว่า คณะกรรมการจะเร่งส่งหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, ขอนแก่น, อาร์มี่และชัยนาท เพื่อไว้เป็นหลักฐานโดยคณะกรรมการไม่ได้มีอำนาจหน้าที่สั่งจัดการหรือเข้าไปจัดแจง แต่ทำตามหน้าที่กรอบของกฎหมายให้กำกับดูแลซึ่งคงต้องติดตามผลว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ปฏิบัติตามและมีการรายงานผลเข้ามาอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด



