ข่าว

ผู้ส่งออกอึ้งยอดก.ค.ติดลบ 25.7% หวั่นปลายปีคำสั่งหลุดมือ-พาณิชย์มองสัญญาณดีขึ้น

ผู้ส่งออกอึ้งยอดก.ค.ติดลบ 25.7% หวั่นปลายปีคำสั่งหลุดมือ-พาณิชย์มองสัญญาณดีขึ้น

20 ส.ค. 2552

ส่งออกเดือนกรกฎาคมติดลบ 25.7% พาณิชย์มองมีสัญญาณดีขึ้น ปรับเป้าใหม่ติดลบปีนี้ 10-18% ผู้ส่งออกรับตกใจยอดยังลดลงหนัก หวั่นออเดอร์ไตรมาส 3-4 หลุดมือ เหตุไม่มีสภาพคล่องผลิตสินค้าและให้เครดิตลูกค้าไม่ได้นาน

 นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2552 มีมูลค่า 12,908.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 25.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2551 โดยการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรมสำคัญ ลดลง 28.4% สินค้าอุตสาหกรรมลดลง 22.6% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 12,202.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 32.5% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับเดือนมิถุนายน 2552 จะพบว่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 4.7% โดยสินค้าทุกตัวมีสัญญาณในทางบวก

 “มูลค่าการส่งออกเดือนกรกฎาคม นับว่าสูงสุดในรอบปี 2552 และ 4-5 เดือนจากนี้ไปเชื่อว่าตัวเลขการส่งออกจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ มูลค่าส่งออกเฉลี่ยจะไม่ต่ำกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนตัวเลขประมาณการใหม่การส่งออกปีนี้ คาดว่าจะติดลบอยู่ที่ 10-18% ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการของหลายหน่วยงานที่ประเมินไว้" นายศิริพลกล่าว

 นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกของไทยในขณะนี้ถือว่าดีขึ้นต่อเนื่องทั้งในแง่ของสินค้าและตลาด แต่ยอมรับว่าหากเทียบกับเมื่อปี 2551 การส่งออกจะยังคงติดลบอยู่ อย่างไรก็ตาม หากดูสัดส่วนการส่งออกของไทยในตลาดโลกแล้วถือว่าดีขึ้น โดยไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากเดิม 1% เป็นเกือบ 2%

 ด้านนายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า รู้สึกตกใจที่การส่งออกมีอัตราลดลงในระดับสูง ทั้งที่ภาพรวมตลาดโลกดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มได้รับการติดต่อจากผู้ซื้อต่างประเทศ สอบถามเรื่องราคา การให้ระยะเวลาเครดิตชำระเงิน และกำหนดการจัดส่งสินค้า เชื่อว่าผู้ซื้อในต่างประเทศต้องการนำข้อมูลไปเปรียบเทียบก่อนสั่งซื้อสินค้าในช่วงไตรมาส 3 และส่งมอบจริงในช่วงไตรมาส 4 หลังจากที่ต้นปี ไม่มีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเพราะสต็อกสินค้ายังมีอยู่

 "ผู้ประกอบการก็กังวลว่าอาจไม่ได้ออเดอร์สินค้าตามที่คาดไว้ เนื่องจากปัญหาสภาพคล่อง ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าและให้เครดิตผู้ซื้อไม่ได้ ทั้งที่ผู้ประกอบการจากประเทศอื่นจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ทำให้มีแต้มต่อการให้ระยะเวลาเครดิตแก่ลูกค้าได้มากกว่าไทย" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว