
กระตุ้นศก.โค้งสุดท้าย
คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
ทุกๆ ปีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนมักออกมาจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด จึงเป็นจังหวะที่ดีและเหมาะอย่างยิ่งที่ภาครัฐจะออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกระปรี้กระเปร่าขึ้น เพราะเพียงแค่มีกระแสข่าวออกมาว่ากระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้าต่างก็ออกมาขานรับกันอย่างคึกคักทีเดียว
เท่าที่ติดตามข่าว มาตรการของขวัญปีใหม่ในปีนี้บางส่วนอาจจะนำมาตรการเดิมมาปรับปรุง และบางส่วนเป็นมาตรการใหม่
หนึ่งในนั้นคือ มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการ “กิน-ช็อป-เที่ยว” คาดว่าจะนำมาใช้ช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ประชาชนสามารถนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ร้านค้าออกให้มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท มาตรการนี้เป็นมาตรการเดิมที่เคยใช้ปีที่ผ่านแล้วประสบความสำเร็จอย่างมาก ในปีนี้จึงนำมาปัดฝุนใช้ใหม่ โดยเพิ่มระยะเวลาของมาตรการนี้ให้นานขึ้น
นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องของการลดหย่อนภาษีจากการใช้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว (ค่าจ้างไกด์) หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าโรงแรมภายในประเทศ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 นี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้เรียกร้องให้ต่ออายุออกไปอีก
อีกมาตรการที่น่าสนใจที่มีการพูดถึงกันมากคือ มาตรการยกเว้นภาษีน้ำหอมและเครื่องสำอาง ทั้งการนำเข้าและภาษีสรรพสามิต โดยคาดว่าจะใช้มาตรการนี้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 มีนาคม 2560 ระยะเวลา 2 เดือน เพื่อให้มีผลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศจากประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น
หากทุกอย่างเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็จะขยายตัวได้ดีขึ้นจาก 3.1% เป็น 3.4% ดันอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจภาพรวมขยับมาอยู่ที่ 3.3% ซึ่งคิดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้สูง เพราะดูจากการใช้มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ประเมินตัวเลขการจับจ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ของปีที่ผ่านมาไว้ว่าเพิ่มขึ้นถึง 20% หรือประมาณการ 2.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมสูง 1.25 แสนล้านบาท ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี เฉพาะอุตสาหกรรมค้าปลีก มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 0.3% ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกปี 2558 เติบโต 3.05% สูงกว่าเดิมคาดเติบโต 2.8%
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจัดเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ อาจจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ถ้าดูผลสัมฤทธิ์ในปีที่ผ่านมาโดยภาพรวมแล้วเงินที่หมุนไปช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างน่าสนใจทีเดียว แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยทั้งประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจมากขึ้น



