
ปิดจราจรข้ามแยก“รัชโยธิน”เต็มรูปแบบ
ปิดการจราจรข้ามแยกรัชโยธินเต็มรูปแบบ 24 ชั่วโมง เริ่ม 4 ทุ่มคืนนี้ (29พ.ย.) ประเมินผลอีกครั้ง 6 ธ.ค.นี้
ที่กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 29 พ.ย.59 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รองผบ.ตร.เป็นประธาน ในการ “ประชุม หารือ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร หลังรื้อถอนสะพานข้ามแยกรัชโยธิน” โดยมี พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (สนข.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที
พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ทดลองปิดสะพานข้ามแยกดังกล่าว เพื่อสังเกตการณ์จราจรว่าติดขัด หรือมีปัญหาในบริเวณใดบ้าง ตั้งแต่วันที่ 22 -28 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยได้ใช้วิธีจัดการจราจรในรูปแบบที่เตรียมไว้ ทั้งการให้ตำรวจเป็นผู้เปิด-ปิดสัญญาณไฟด้วยตนเองตามแยกต่างๆ เนื่องจากการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอัตโนมัติ อาจจะไม่สอดคล้องกับการจราจรที่แท้จริงเท่ากับตาเห็น ขณะเดียวกันได้นำกล้องจากแยกใกล้เคียงแยกรัชโยธินมาตรวจสอบปริมาณรถที่ต้องกระจายตัวออก หากปิดสะพานดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีผู้ใช้ถนนเพียง 1 รายที่โทรศัพท์มาในวันที่ 22 พ.ย. เพื่อแจ้งปัญหาที่ บก.จร. เท่านั้น จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าการใช้รูปแบบดังกล่าวจัดการจราจรยังถือว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งช่วงเวลาที่มีปัญหารถติดสาหัสที่สุดเป็นเวลาเช้า 07.00-07.30 น.และเวลาเย็น 18.00-18.30น.
พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวอีกว่า วันนี้ในเวลา 22.00 น. เป็นต้นไปจะปิดสะพานเสมือนจริง นั่นคือการปิดยาวโดยไม่มีกำหนดเวลาแบบที่เคยทำมา และจะลดช่องทางการใช้ถนนจาก 3 เลน เหลือเพียง 1-2 เลน เนื่องจากต้องเผื่อกรณีมีรถแบ็คโฮ ที่ใช้ในการก่อสร้าง และเลนจอดรถประจำทางด้วย รวมทั้งจะนำเครื่องมือที่สามารถตรวจวัดจำนวนรถมาติดตามแยกทั้ง 49 แยก ในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก และแยกที่เชื่อมต่อกับแยกรัชโยธิน เพื่อนำมาคำนวณหาปริมาณรถที่จะเพิ่มขึ้น เพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาที่แท้จริง นอกจากนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมาให้คำแนะนำอีกด้วย โดยจะมีระยะเวลาสังเกตการณ์ทั้งหมด 7 วัน และจะนัดประชุมความคืบหน้าและประเมินสถานการณ์การจราจรอีกครั้งในวันอังคารที่ 6 ธ.ค. นี้ เพื่อพิจารณาว่ายังต้องแก้ไขในส่วนใดอีกหรือไม่ ซึ่งหากไม่ต้องแก้ไขแล้ว ก็จะได้นัดวันรื้อสะพานและก่อสร้างตามแผนต่อไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเน้นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเป็นหลัก และหาวิธีการที่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ซึ่งหากมีปัญหาจราจร หรือมีข้อซักถามสามารถโทรศัพท์มาสอบถามที่ บก.จร.ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า ทางกรุงเทพมหานครมีโครงการขอคืนพื้นผิวการจราจร โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตทั่วกรุงเทพมหานคร จะประสานความร่วมมือกับ ผกก.ในทุกพื้นที่ และจะลงไปตรวจสอบสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ที่มีการปิดการจราจรไว้ เพื่อทำการก่อสร้างว่ามีความจำเป็นจริงหรือไม่ เช่นถนนจรัญสนิทวงศ์ เมื่อข้ามสะพานพระราม7 จากบางอ้อไปบางพลัดจากเดิมใช้เวลาเดินทางจริง 15 นาที แต่ขณะนี้ในชั่วโมงเร่งด่วนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เพราะช่องทางกลางมีการก่อสร้างอยู่ มีการปิดล้อมพื้นที่ไว้เกินความจำเป็นหลายจุด จนเหลือช่องทางเดินรถช่องทางเดียว จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงทุกพื้นที่ที่มีการก่อสร้างจุดใดที่ยังไม่มีความจำเป็นก็ควรจะคืนพื้นที่ช่องทางการจราจร เพื่อช่วยคลี่คลายให้ปัญหาการจราจรลดน้อยลง



