
ศรัทธาฟันฝ่าทุกอุปสรรคด้วยรักที่มีต่อยอดดวงใจชาวไทย
ประชาชนเนืองแน่นเข้าคิวแต่ตี 3 เพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดยสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าในเวลา 04.45 น.
วันที่ 29 พฤศจิกายน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.10 น. จากกำหนดเดิมที่ต้องปิดในเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนมาเข้าคิวรอเข้ากราบพระบรมศพ ที่เป็นจำนวนมาก มีจำนวนทั้งสิ้น 48,384 คน รวม 31 วัน มียอดสะสม 1,043,546 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,872,098 บาท รวม 31 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 79,459,776.50 บาท
ส่วนบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ และแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลดุลยเดชในวันนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าไปภายในสนามหลวงเพื่อเข้าแถวรอตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. แต่มีประชาชนมารอตั้งแต่ประมาณตี 2 ซึ่งเปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกเข้าสักการะพระบรมศพ ในเวลา 04.45 น. ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทุกสารทิศพร้อมใจเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ละคนตั้งมั่น มีจิตใจแน่วแน่ที่จะกราบสักการะพระบรมศพสักครั้งหนึ่งในชีวิต แม้จะต้องรอนานเฉลี่ย 5-8 ชม.ก็ไม่ท้อถอย และจะตั้งปณิธานทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล
น.ส.สุมินตรา วรฉันท์ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จ.ระยอง เดินทางมาพร้อมคณะครูและนักเรียนชั้นเดียวกัน รวม 120 คน มาต่อแถวตั้งแต่ตีห้าและได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เผยความรู้สึกว่า แม้ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน ง่วงบ้าง แต่ไม่มีความเหนื่อยล้าเลย พอได้เข้าถวายสักการะรู้สึกภูมิใจเพราะเป็นความตั้งใจที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมา ทั้งนี้ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ แต่ได้รับการบอกเล่าว่าพระองค์เสด็จฯ มาเยี่ยมราษฎรที่ จ.ระยอง 2 ครั้งด้วย ไม่ต่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่ก่อเกิดโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้อยู่ดีกินดี
“หนูชื่นชอบโครงการปลูกหญ้าแฝกมาก เพราะคุณย่าเป็นคนลำปาง ได้นำหลักด้านการเกษตรนี้มาใช้ เพื่อลดปัญหาฝนและน้ำเซาะหน้าดินเสียหาย ด้วยสำนึกฝนพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตนตั้งใจจะปฏิบัติตนเป็นคนดี โดยเริ่มจากสิ่งเล็ๆ น้อยๆ อย่าง การทิ้งขยะให้ถูกที่ไม่มักง่าย” น.ส.สุมินตรา กล่าว
ด้านนายณรงค์ฤทธิ์ ปิยะสุข อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่เดินทางมาพร้อมคณะ กล่าวว่า ตอนมาถึงบริเวณสนามหลวงเวลาประมาณตี 4 รู้สึกตกใจที่เห็นผู้คนมากมายมาเข้าแถวรออยู่ก่อนแล้ว แต่ใจหนึ่งก็เข้าใจดีเพราะได้เห็นในเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เปิดในโรงหนังที่คนเรือนหมื่นเรือนแสนพร้อมใจกันมาด้วยความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้ถ้าทางโรงเรียนไม่จัดพามาก็คงไม่มีโอกาส เพราะหากมาเองติดปัญหาหลายอย่าง ถึงแม้ว่าจะเกิดมาไม่ทันที่พระองค์ท่านเสด็จทรงงานทั่วพื้นที่ แต่ก็ติดตามจากสื่อและเอกสารต่างๆ รู้สึกว่าท่านมีพระปรีชาสามารถมาก ทั้งวิทยาศาสตร์ ดนตรี หรือกีฬา ครั้งหนึ่งเคยอ่านเจอว่าเสด็จไปทรงงานบนดอยแล้วเป็นหวัด แต่ก็ทรงไม่ท้อยังคงทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนจนเสร็จ เราเห็นแล้วก็เหนื่อยแทนท่าน ส่วนตัวจะตั้งใจนำคำสอนของพระองค์มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
นางกนกวรรณ ตันติวานิช อายุ 46 ปี ชาว ต.ละแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ตัวเองพร้อมญาติ ๆ ได้เหมารถตู้เดินทางมาถึงท้องสนามหลวงเวลา 03.00 น.และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพช่วง 08.45 น.รู้สึกดีใจปลาบปลื้มมากที่ได้มากราบพระบรมศพ ไม่ว่าจะเดินทางไกลและมีอุปสรรค์แค่ไหนก็มาเพื่อพ่อหลวง เพราะที่ผ่านมาในหลวง ร.9 ท่านทำเพื่อประชาชนมามากแล้ว ท่านทรงไปช่วยเหลือราษฎร์ทุกหนแห่งไปไม่ว่าจะทุรกันดารแค่ไหน
“รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ในหลวง ร.9 ท่านรักประชาชนมาก พระองค์ท่านอยู่ประชาชนรู้สึกอบอุ่นเพราะท่านเสด็จไปช่วยเหลือประชาชนทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะไกลแค่ไหนพระองค์ท่านก็เสด็จไปช่วยเหลือ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ สิ่งที่จะตอบแทนพระองค์ท่านได้คือการทำความดีเพื่อสังคม รู้รักสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดี” นางกนกวรรณกล่าว



