ข่าว

เสี่ยงตายไปโหวต

เสี่ยงตายไปโหวต

20 ส.ค. 2552

ดิฉันละเห็นใจชาวอัฟกานิสถานเสียจริงๆ เพราะนอกจากจะเคยมีชีวิตลำเค็ญช่วงที่ถูกโซเวียตยึดครอง ต้องผ่านสงครามกลางเมืองอันแสนจะโหดร้าย แล้วก็ถูกรัฐบาลตาลีบันกดขี่ข่มเหงมาแล้ว

 แม้แต่การไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่พฤหัสบดีที่ผ่านมา ชาวอัฟกันก็ถึงกับต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกันเลยทีเดียว

 เนื่องด้วยกลุ่มตาลีบันได้ยิงจรวดถล่มเมืองไม่เว้นแต่ละวันเพื่อขัดขวางการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามมาด้วยการโปรยใบปลิวในเมืองกันดาฮาร์ เตือน

ประชาชนว่าอย่าไปเลือกตั้งเด็ดขาดมิฉะนั้นจะตกเป็นเหยื่อปฏิบัติการของทางกลุ่ม ซึ่งคราวนี้จะใช้แท็กติกใหม่ๆ

 หลังจากโปรยใบปลิวเสร็จ ตาลีบันยังได้ข่มขวัญต่อด้วยการก่อเหตุระเบิดพลีชีพนอกกองบัญชาการนาโตใกล้สถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีคนตายไป 7 คนและบาดเจ็บอีกเกือบ 100 คน

 แต่ความรุนแรงก็ไม่อาจขวางหัวใจประชาธิปไตยของชาวอัฟกันได้

 แม้จะมีหลายคนที่บอกว่าไม่กล้าไปเลือกตั้งเพราะกลัวจะเป็นอันตราย แต่ไม่ใช่ อามินา ม่ายสาววัย 35 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองกันดาฮาร์ ซึ่งกลุ่มติดอาวุธอาละวาดฟาดงวงฟาดงาอยู่ เธอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ถ้าต้องตายเธอก็ยอมตาย แล้วก็จะไปโหวตแม้รู้ว่าเสี่ยง

 ด้าน ไกตี้ หญิงสาวอีกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองกันดาฮาร์ก็บอกว่า การออกไปเลือกตั้งจะทำให้ตาลีบันอ่อนแอลง เพราะฉะนั้นเธอจะไปโหวตอย่างแน่นอนเพราะอยากให้ตาลีบันอ่อนแอลง

 ความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงในวันเลือกตั้งทำให้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งของอัฟกานิสถานเอง และของต่างชาติถึง 3 แสนคนเอาไว้คุ้มกันคูหาเลือกตั้งทั่วประเทศ ขณะที่กระทรวงกลาโหมลั่นว่า ไม่มีโอกาสที่ตาลีบันจะก่อการโจมตีครั้งใหญ่อย่างแน่นอน

 ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของประเทศเมื่อปี 2547 นั้น มีชาวอัฟกันราว 8 ล้านคนเท่านั้นที่ออกไปใช้สิทธิ์ แต่พอในปีถัดมา ยอดผู้ใช้สิทธิ์ก็เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12 ล้านคนทั้งๆ ที่เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วก็การเลือกตั้ง ส.ส.เท่านั้น

 ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าคนอัฟกันนั้นรักประชาธิปไตยกันมากขึ้น

 สำหรับในครั้งนี้นั้น ประเมินกันเอาไว้ว่ายอดผู้จะออกไปใช้สิทธิ์น่าจะอยู่ที่ราวๆ 60% ทางภาคเหนือที่ค่อนข้างจะปกติสุขหน่อย ส่วนทางใต้ที่ตาลีบันเหิมเกริมอยู่นั้นอาจจะอยู่แค่ 40% สำหรับจำนวนผู้ที่มาลงทะเบียนเลือกตั้งนั้นอยู่ที่ 17 ล้านคน สูงกว่าครั้งก่อนไปเรียบร้อยแล้ว

 แต่ยังไม่แน่ใจว่าพอถึงวันจริงจะมีคนกล้าออกมาใช้สิทธิ์กันเท่าไร

ทัศนีย์ สาลีโภชน์