
แนะคนรายได้น้อยตรวจสิทธิ์รับเงิน
3แบงก์รัฐเตรียมหารือสรุปแนวทางการโอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อย แนะตรวจสอบสิทธิ์ในการรับเงินผ่านเว็บไซต์
นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สศค. เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จะหารือกันเพื่อสรุปแนวทางการโอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบมาตรการเพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อดูแลค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยนอกภาคเกษตร ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500-3,000 บาทต่อราย จำนวน 5.4 ล้านราย วงเงินงบประมาณ 12,750 ล้านบาท
"คาดว่าจะสรุปแนวทางการโอนได้หลังการประชุม เพื่อเริ่มโอนเงินช่วยเหลือในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 จึงแนะนำให้ผู้มีรายได้น้อยตรวจสอบรายชื่อว่าผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 บนเว็บไซต์ www.E-Payment.go.th" นายพรชัยกล่าว
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ภายในไตรมาส 1 ปี 2560 ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะสามารถเปิดให้บริการ พร้อมเพย์ (PromptPay) ได้ทั่วประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบเพื่อให้เปิดใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ล่าสุดพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจมาลงทะเบียนแล้ว 18 ล้านคน และเชื่อว่าเมื่อเปิดใช้บริการในปีหน้าแล้วจะมีผู้สนใจมาลงทะเบียนได้ถึง 30 ล้านคนตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ ในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์จะมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการพร้อมเพย์อย่างทั่วถึงทั้งในกรุงเทพฯ และตามต่างจังหวัด ซึ่งในเบื้องต้นบริการนี้จะเริ่มจากการโอนเงินระหว่างประชาชนกับประชาชนก่อน จากนั้นระยะถัดไปจึงจะขยายไปสู่การให้บริการโอนเงินระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ และการโอนเงินระหว่างภาครัฐกับธุรกิจเป็นลำดับต่อไป
ขณะที่นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะนัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment เพื่อติดตามความคืบหน้าการทดสอบระบบการโอนเงินแบบพร้อมเพย์ก่อนที่จะเริ่มใช้จริงในไตรมาสแรกของปีหน้า



