ข่าว

จำหน่ายคดีฟ้อง“สรยุทธ-ไร่ส้ม–อดีตจนท.ทำคิวโฆษณา อสมท.”

จำหน่ายคดีฟ้อง“สรยุทธ-ไร่ส้ม–อดีตจนท.ทำคิวโฆษณา อสมท.”

28 พ.ย. 2559

ศาลอาญา สั่งจำหน่ายคดี อัยการ ฟ้อง“สรยุทธ-ไร่ส้ม–อดีต จนท.ทำคิวโฆษณา อสมท.”ปลอมเอกสารใบคิวโฆษณา ชี้ เป็นการฟ้องซ้ำ เจตนาเดียวกับคดีที่ศาลตัดสินจำคุกกว่า 13 ปี

 

          28 พ.ย.59 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.1748/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการฯ ,นายสรยุทธ สุทัศนะจินดาอายุ 50 ปี อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดชอายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มฯ และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาดหรือฃนางชนาภา บุญโตอายุ 47 ปี อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เกิดความเสียหาย

          โดยอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.59 สรุปว่า ประมาณกลางเดือน ก.ค. 49 จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันนำเอกสารใบคิวโฆษณา รายการคุยคุ้ยข่าวระหว่างเดือน ม.ค.–พ.ค.49 จำนวน 139 แผ่น ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่จำเลยร่วมกันทำปลอมขึ้น ไปใช้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท จำกัด เพื่อเป็นหลักฐานในการโฆษณา และคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าว ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท หลงเชื่อว่าเอกสารใบคิวโฆษณานั้นเป็นเอกสารจริง ทำให้ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1 ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา หรือเสียค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวทำให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย

          วันนี้ อัยการโจทก์,นางพิชชาภา จำเลยที่4 และทนายความจำเลยที่ 1-4 มาศาล ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่2 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่3 เนื่องจากศาลอนุญาตให้สืบพยานลับหลังจำเลยได้

          ขณะที่ศาล ได้พิเคราะห์คำร้องโจทก์ และคำร้องจำเลย ประเด็นคำฟ้องนี้เป็นการฟ้องซ้ำจำเลยทั้งสี่ในคดีที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558แล้วหรือไม่

          ศาลเห็นว่า ตามคำพิพากษาศาลอาญาคดีนั้น อัยการได้ฟ้อง นางพิชชาภา จำเลยที่4 ในคดีนี้ เป็นจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าว ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ,เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร,เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดฯ และฟ้องนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่2-3 คดีนี้ เป็นจำเลยที่ 3-4 ในคดีดังกล่าว ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด

          ส่วนที่อัยการโจทก์ นำคดีมาฟ้องเพราะเมื่อเดือน ก.พ. 48–เดือน มิ.ย. 49 นางพิชชาภา จำเลยที่4 ในคดีนี้ ไม่รายงานค่าโฆษณาส่วนเกินของรายการคุยคุ้ยข่าวให้ผู้บริหารทราบเพื่อเป็นประโยชน์ต่อ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ ทำให้บมจ. อสมท. เกิดความเสียหาย 138 ล้านบาทเศษ และนางพิชชาภา จำเลยที่4 ยังใช้น้ำยาลบคำผิดลบรายการโฆษณาที่เกินเวลาในใบคิวโฆษณารวม

          ซึ่งประเด็นดังกล่าว ศาลอาญาเคยได้วินิจฉัยในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558และลงโทษจำคุก นางพิชชาภา ไว้เป็นเวลา20 ปี ส่วนนายสรยุทธ กับ น.ส.มณฑา จำเลยร่วมก็ถูกจำคุกในคดีดังกล่าวเป้นเวลา 13 ปี4เดือน

          โดยคำฟ้องอัยการโจทก์คดีนี้ ที่ระบุว่า จำเลยได้ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตัดทอน เพื่อไม่ให้ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ เสียค่าโฆษณาส่วนเกินหรือเสียน้อยกว่าความเป็นจริงให้แก่ผู้เสียหายนั้น พฤติกรรมของนางพิชชาภา จำเลยที่4 ในคดีนี้ ที่ใช้เอกสารปลอม ถือเป็นเจตนาเดียวกันเพื่อปกปิดข้อเท็จจริง

          ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในคดีนี้ จึงเป็นความผิดตามที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแล้ว และเมื่อศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของอัยการโจทก์ จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4) อัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิ์ฟ้องคดีอีก ดังนั้นศาลให้งดตรวจหลักฐานในวันนี้ และจำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ

          ภายหลังอัยการโจทก์กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำคำสั่งของศาลไปศึกษากับคณะทำงานว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลในประเด็นใดหรือไม่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ2เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บ.อสมท.ฯ,บ.ไร่ส้มฯ โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่มในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม,นายสรยุทธ อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดังฯและน.ส.มณฑา เจ้าหน้าที่บ.ไร่ส้มฯ เป็นจำเลยที่1-4ในความผิดฐานเรียก รับทรัพย์สินฯโดยมิชอบ,ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร,เป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำผิด อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502ม.6 , 8และ11จากกรณีเดียวกันที่ไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินนั้น

          ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 ที่ผ่านมา ให้จำคุกนางพิชชาภา อดีตเจ้าหน้าที่ อสมท. จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทงๆ ละ 5 ปี จำคุกทั้งสิ้น 30 ปี , ปรับ บ.ไร่ส้มฯจำเลยที่ 2 รวม 6 กระทงๆละ 20,000 บาท จึงปรับเป็นเงิน 120,000 บาท

          ส่วนนายสรยุทธ อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา เจ้าหน้าที่บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 4 จำคุก 6 กระทงๆ ละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกทั้งสองคนละ 20 ปี

          แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑาจำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับ บ.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 80,000 บาท

          โดยจำเลยทั้งหมด ได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์สู้คดีคนละ2ล้านบาทซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

          ให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่1 กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับบริษัทไร่ส้มจำเลยที่ 2 กระทงละ 20,000 บาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกทั้งสองคนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑาจำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ขณะที่การกระทำของจำเลยทั้ง 3 คน ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ และบ.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 ก็ให้ปรับเป็นเงิน 80,000 บาท ภายหลังฟังตำพิพากษารายงานข่าวแจ้งว่าทนายความจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 ล้านบาทเพื่อจะต่อสู้คดีระหว่างอุทธรณ์ โดยขณะนี้คำร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล 

          นอกจากนี้ยังมีคดี บมจ. อสมท. ก็ได้ยื่นฟ้องคดีเอง กับ บ.ไร่ส้มฯ , นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา เป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ไปเมื่อวันที่ 28 ก.ค.58 ในคดีหมายเลขดำ 8134/2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาลแขวงพระนครเหนือ