ข่าว

จับ4ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดยึดยาบ้า-ไอซ์มูลค่ากว่า337ล้าน

จับ4ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดยึดยาบ้า-ไอซ์มูลค่ากว่า337ล้าน

28 พ.ย. 2559

จับ4 ผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติด ยึดของกลางยาบ้า-ไอซ์ มูลค่ากว่า 337 ล้านบาท

             

          กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดี-รังสิต เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พ.ย.59 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปส.1) พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. , พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รรท.รอง ผบช.ปส. พล, .ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายสุพิศ ระฆังทอง อายุ 38 ปี ชาว จ.ระยอง นายรชวรรษ ธนาธรไพศาล อายุ 36 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร นายนิพนธ์ แก่นโต อายุ 31 ปี ชาว จ.ลพบุรี และนายกิตติศักดิ์ เอื้อนสุภา อายุ 48 ปี ชาว จ.เพชรบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กิโลกรัม รถบรรทุกคันทะเบียน 81-0158 พะเยา คันพ่วง 80-0159 พะเยา จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ฆฆ 3147 กทม. จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีเทา ทะเบียน 4กต4082 กทม. จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีน้ำตาล ทะเบียน 5กผ2264 กทม. จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 337,505,000 บาท โดยจับกุมนายสุพิศได้ที่ด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ นายรชวรรษ โดยจับกุมได้ที่ทางหลวงสายเอเชียขาล่อง กม.23 จ.พระนครศรีอยุธยา นายนิพนธ์และนายกิตติศักดิ์จับกุมได้ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงริมถนนสายเอเชียขาล่อง กม.4 

 

จับ4ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดยึดยาบ้า-ไอซ์มูลค่ากว่า337ล้าน


            
          พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า บช.ปส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติการยุทธการปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดนายวิจารณ์ แสนลี่ หรือเล่าต๋า ราชายาเสพติด อดีตกำนัน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเครือข่ายการค้ายาเสพติดเกรงกลัวการเร่งกวาดล้างของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเร่งระบายยาเสพติดให้กับกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ตอนในและปริมณฑล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้ได้
            

 

จับ4ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดยึดยาบ้า-ไอซ์มูลค่ากว่า337ล้าน


          พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย. ต่อเนื่องกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) ร่วมกับ ภ.1 ภ.5 ภ.6 และศูนย์การข่าวยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 ได้จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ตร.บก.สกส.บช.ปส. ได้บรูณาการกำลังร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามและตรวจสอบรถบรรทุกข้าวสาร คัน 81-0158 พะเยา คันพ่วง 80-0159 พะเยา มีนายสุพิศ เป็นผู้ขับขี่  เข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่  ผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดของกลางดังกล่าวซุกซ่อนปะปนมาในสินค้าข้าวสารในคันพ่วง 80-0159 พะเยา จึงสอบถามนายสุพิศ คนขับรถให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากพื้นที่ จ.พะเยา และจะมีการนัดหมายส่งต่อให้กับผู้รับช่วงในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในคืนวันเดียวกัน 

 

จับ4ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดยึดยาบ้า-ไอซ์มูลค่ากว่า337ล้าน


           
          “ตนจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ขยายผลจนสามารถจับกุมนายรชวรรษ ได้ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณทางหลวงสายเอเชียขาล่อง กม.23 ในขณะขับรถยนต์ทะเบียน ฆฆ 3147 กทม. มารับยาเสพติดจากรถบรรทุกที่นายสุพิศ ขับมาส่งต่อให้ตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง และในวันที่ 27 พ.ย. เวลาประมาณ 14.00 น. นายนิพนธ์ได้ขับรถยนต์ทะเบียน 4กต 4082 กทม. และนายกิตติศักดิ์ ได้ขับรถทะเบียน 5กผ 2264 กทม. มารับยาเสพติดของกลางบางส่วนต่อจากนายรชวรรษ ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ริมถนนสายเอเชียขาล่อง กม.4 จึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย”
            
          พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวอีกว่า หลังจากตำรวจได้จับกุมนายเล่าต๋า แสนลี่  พ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญ ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดทางภาคเหนือเกรงว่าจะถูกจับด้วย จึงต้องรีบระบายยาที่มีให้กับลูกค้า ไม่กล้าเก็บไว้ที่จุดพักยานานนัก และเลือกส่งให้ถึงมือลูกค้า ประกอบกับภายหลัง ปริมาณความต้องการยาไอซ์มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากยาไอซ์มีความเข้มข้นและกระตุ้นประสาทมากกว่ายาบ้า เมื่อติดแล้วจะเลิกยากกว่ายาบ้า ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่าอาจจะมีการนำยาไอซ์มาผสมกับสารอื่นๆ ก่อนนำออกสู่ตลาด เพื่อลดต้นทุน ทำให้ราคาต่ำลง จนคนทั่วไปสามารถที่จะซื้อได้ และติดได้ง่ายมากขึ้น สำหรับยาไอซ์ล็อตดังกล่าวนั้น น่าจะเตรียมส่งไปยังภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อหนึ่ง ซึ่งพฤติการณ์การลักลอบขนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากการขนยาบ้า เพราะมีการดัดแปลงตัวรถในการซุกซ่อนตามปกติ แต่ที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างน่าตกใจ ซึ่งการเร่งระบายยานั้นเป็นการใช้โอกาสเดียวกับเร่งระบายข้าว ซึ่งต้องประสานขอความร่วมมือจากภูธร เจ้าของพื้นที่ในการตรวจสอบและสังเกตการณ์  เพราะคนในพื้นที่ย่อมมีการข่าวดีกว่า ดังนั้นจะเห็นว่าหลายๆ กรณีเราให้พื้นที่เป็นผู้จับกุมและแถลงข่าว ส่วน บช.ปส.จะช่วยสนับสนุนด้านการข่าวและข้อมูล 
            

 

จับ4ผู้ต้องหาแก๊งค้ายาเสพติดยึดยาบ้า-ไอซ์มูลค่ากว่า337ล้าน


          พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวด้วยว่า ในส่วนของสตรอเบอรี่ควิกนั้น ตนตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่สารเสพติด มีลักษณะคล้ายบุหรี่ แต่มีนิโคตินสูงกว่าเป็นรสผลไม้ หอมกว่าจึงทำให้คนนิยม แต่ยังไม่ได้จัดว่าเป็นหนึ่งในยาเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งยังแพร่หลายในต่างประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่า บช.ปส.จะเดินหน้าในการขจัดกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อย เพราะตลอดเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา แม้จะพยายามแก้ปัญหา กวาดล้างอย่างเข้มงวด แต่ต้องยอมรับว่าปริมาณยาในบ้านเราก็ยังมีอยู่ตลอด ดังนั้นจึงต้องนำบทเรียนเก่ามาหารือ ปรับใช้ คัดกรองกลุ่มผู้เสพ และผู้ค้าออกจากกัน เพื่อจะได้ดำเนินการกับแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจน
           
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเหตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
            
          สำหรับสถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 (1 ต.ค.-28พ.ย.) จับกุมทุกข้อหา 58 คดี จำนวนของกลาง 5,428,679 เม็ด  ยาบ้า 104.11 กก. ไอซ์ 16.79 กก. เฮโรอีน 1.34 กก. โคเคน 70.52 กก. ยึดทรัพย์สินฯ 36.35 ล้านบาท