
ตร.ยันให้ความเป็นธรรม2ฝ่าย-เช็กวงจรปิดหาตัวคน“ตื้บลูกนายพล”
“ผบ.ตร.”กำชับตำรวจให้ความเป็นธรรมทั้งสอบฝ่าย หลังลูกนายพลถูกกระทืบสาหัส เร่งเช็กกล้องวงจรปิดหาตัวคนร้าย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 28 พ.ย.59 พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ ได้ไปเที่ยวกินดื่มที่ร้านมาลินสกาย จ.เชียงใหม่ แล้วถูกการ์ดรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเจ้าตัวคาดว่าจะเป็นการ์ดของดาราที่มากินเที่ยวในวันนั้น ซึ่งมีทั้ง “มิว” นิษฐา , “แต้ว” ณฐพร , “หมาก” ปริญ , “อุ้ม” ลักขณา ว่า เรื่องดังกล่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งในชั้นนี้หากมีความผิดตามที่เป็นข่าวจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบพยานไปแล้วหลายปาก เหลือเพียงผู้เสียหายที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ที่ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ พร้อมยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเต็มที่ตามกรอบของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรวจสอบว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ในชั้นนี้การตรวจสอบยังไม่ถึง ยังเป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกายสาหัสอยู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวทาง ผบ.ตร. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเรื่องนี้เป็นประเด็นโด่งดังในโซเชียล เนื่องจากผู้มีชื่อเสียง หรือเป็นดาราเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โดยขณะนี้การดำเนินการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ทั้งการเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ การสอบพยานและรวบรวมหลักฐาน อยู่ในกระบวนการตามขั้นตอนอยู่แล้ว ทั้งนี้ฝากถึงพี่น้องประชาชนให้ติดตามข่าวอย่างมีสติและรอข้อเท็จจริงจากตำรวจอย่าเพิ่งเชื่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ปรากฏในลักษณะคำให้การอาจทำให้เกิดความสับสนขึ้นได้
พ.ต.อ. กฤษณะ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในร้านนั้น เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าในร้านมีกล้องวงจรปิดหรือไม่อย่างไร กล้องสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบอยู่แล้ว อย่างเพิ่งไปไขว้เขวในประเด็นที่ว่า ทางร้านได้ถอดกล้องออกหรือไม่อย่างไร หากได้ภาพจากกล้องก็จะมีส่วนช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ระดับหนึ่ง แต่ถึงร้านจะไม่มีกล้อง ตำรวจก็มีแนวทางการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมดอยู่ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้เคยมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยว ในลักษณะเช่นนี้มีแล้วหลายครั้งนั้น ต้องรอเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผล และที่สำคัญจะต้องมีการตรวจสอบเกี่ยวกับการแจ้งความร้องทุกข์ว่ามีหรือไม่ หากพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน



