
เก็บเงินแต่งงาน
คอลัมน์ ไลฟ์สตางค์ โดย...ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]
หลายสัปดาห์ก่อน ผมเคยเล่าถึงสินเชื่อการแต่งงานที่เป็นที่นิยมในบางประเทศ ด้วยเชื่อว่าเป็นสินเชื่อชั้นดี มีเหตุมีผลของการเริ่มต้นสร้างครอบครัว
ส่วนบ้านเราสินเชื่อแบบนี้ยังไม่ค่อยนิยม ด้วยวัฒนธรรมไทย พ่อแม่จะช่วยสนับสนุน รวมถึงคู่บ่าวสาวที่จะแต่งงานก็มักจะใช้วิธีเก็บเงินร่วมกันมากกว่า
โดยหลักใหญ่ผมแนะนำให้เริ่มจากการพูดคุยกันให้ชัดเจนระหว่างคู่บ่าวสาว จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ เป็นค่าอะไรบ้าง และค่านั้นๆ จำเป็นมั้ย
หรือเอาเข้าจริง เป็นการสมรสที่ตัดทอนได้ เพื่อให้พอเพียงที่สุด
ลำดับต่อมา ผมอยากให้คุยต่อเรื่องแผนการเงินองค์รวม เงินที่ใช้จะมาจากส่วนใด จะใช้จากเงินออมที่มีก่อนหน้าเป็นเสบียง หรือใช้เงินคุณพ่อคุณแม่เป็นตัวสมทบ
รวมถึงต้องพยากรณ์เงินที่ได้จากค่าซอง เพื่อหักกลบลบหนี้ ว่าส่วนต่างที่ต้องการจริงๆ จากเงินที่ต้องเก็บเพิ่มเติมเป็นจำนวนเท่าใด
หากแผนเงินแต่งทั้งหมดมาจากการเก็บออม สเต็ปต่อมาก็คือการวางแผนที่ว่า โดยแผนนี้จะครอบคลุมหลายเรื่องตั้งแต่การสรุปเบื้องต้นให้ได้ว่าเงินแต่ละเดือนจะออมที่จำนวนเท่าใด
ที่สำคัญต้องตกลงกันว่าสัดส่วนที่ต้องช่วยกันออมจะแบ่งสรรอย่างไรให้ลงตัว ระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
จะใช้หลักวิธีผู้ชายออกมากหน่อย หรือหารเท่า หรือตามส่วนเงินเดือนที่แต่ละคนมีก็ไม่น่าเกลียด ผมมองว่าเป็นการตกลงเฉพาะตนเฉพาะคู่
ไม่มีใครรู้ดีกว่าเรา และครอบครัวที่จะเริ่มต้น
ดีเสียอีก มองให้เป็นบวก จะได้รู้ว่าชีวิตที่จะเกิดขึ้นที่มีเรื่องเงินๆ ทองๆ มาเกี่ยวข้อง เราตกลงกันได้มากน้อยแค่ไหน จะได้ไม่เป็นปัญหาระหองระแหงในภายหลัง
จากนั้นก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารสักแห่งเป็นชื่อร่วมได้ และเริ่มต้นเก็บเงินตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ ระหว่างทางใจต้องไม่วอกแวก ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัว เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินออม
ที่สำคัญกว่านั้น เราอาจออมเงินให้ได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้สักยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะบางครั้งงบประมาณอาจบานปลายโดยคาดไม่ถึง
หรือบางทีเราอาจเพิ่มเติมงานแต่งให้สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งเงินส่วนเกินที่เก็บมาจะได้ใช้อย่างลงตัว
แต่หากไม่ได้ใช้ อย่างน้อยก็เป็นเสบียงก้นถุงสำหรับใช้ในชีวิตครอบครัวอื่นๆ ในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน หรือเพื่อการศึกษาของลูกก็ได้
ผมเห็นบางคู่มีวิธีเหนือชั้นยิ่งกว่า คือการทำงานหารายได้เสริม ที่ผมเห็นด้วยค่อนข้างมาก
เพราะการออมลำพังอาจทำให้ไปถึงเป้าหมายไม่ทัน รายได้ที่ร่วมกันหามาต้องมาจากทางที่สุจริต และหากทำได้ดีแล้วไม่เพียงจะช่วยเติมเต็มงานแต่งที่วางแผนไว้
บางคู่อาจทำอาชีพเสริมต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นรายได้ของครอบครัวอีกทาง และทำให้แผนการเงินระยะยาวไม่สะดุด
เก็บเงินแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องใหญ่
เก็บเงินแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย
ความรักเป็นเรื่องสวยงาม เป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างมาให้เกิดขึ้น การเก็บเงินสำหรับเรื่องนี้ใครทำได้ โดยที่ไม่ก่อหนี้ยืมสิน ผมซูฮก และยกนิ้วให้เลยครับ



