
รายงาน-"แผนล่อเหยื่อ"
พรรคภูมิใจไทย ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของประชาชน จากความแตกแยกทางการเมืองและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงเสนอกฎหมายเพื่อให้อภัยซึ่งกันและกัน ทั้งกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดงที่ได้กระทำผิดและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม หากกฎหมายผ่านจะเป็นประโยชน์ทั้งทางแพ่งและ
นี่คือถ้อยแถลงของ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยสมาชิกร่วม 15 คน
เข้ายื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง วันที่ 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง วันที่ 14 เมษายน 2552 พ.ศ. ....ต่อ ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ก่อนที่ "ชัย" จะกระโดดรับลูกด้วยการเข็นเข้าสภาบรรจุเป็นเรื่องเร่งด่วนในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ พร้อมทั้งโยนไม้ต่อให้วิปรัฐบาลนำไปพิจารณา เพื่อเข้าหารือในที่ประชุมสภาภายในสัปดาห์หน้า
ทำเอาแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ แทบตั้งตัวไม่ทัน ออกอาการงงๆ กับท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาเป็นโต้โผในการเดิมเกมครั้งนี้
จนต้องมีการเรียกประชุมวิปรัฐบาลเป็นการด่วนเพื่อเคลียร์ใจกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเสนอให้ภูมิใจไทยกลับไปทบทวนการเสนอพ.ร.บ.ดังกล่าวอีกครั้ง
แต่หากมองเจตนาพรรคภูมิใจไทย ต้องการเดินเกมดึงมวลชน หลังจากที่ "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคผนึกกำลังกับ "สีเขียว" และ "สีกากี" จนกลายเป็น "พลังสีน้ำเงิน" ที่ทรงอิทธิพลเหนือรัฐบาลในยามนี้
นั่นเป็นเพราะว่า "สีน้ำเงิน" ประกาศตลอดว่าเป็นสีของการปกป้องสถาบัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกสี
ดังนั้นเมื่อพรรคภูมิใจไทย เสนอ "ออปชั่น" นิรโทษกรรมให้สีเหลืองและสีแดง จึงเป็นการหาแนวร่วม ด้วยข้ออ้างสร้างความสมานฉันท์ในชาติ
แต่อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่ไว้ใจภูมิใจไทยเสียทีเดียว เพราะรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวโดยมี "เนวิน ชิดชอบ" เป็นหัวหอก ย่อมมีผลประโยชน์แอบแฝงแทบทั้งสิ้น
เพราะอย่าลืมว่า กลุ่มคนที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่เป็นระดับแกนนำ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ที่สำคัญ คดีความของกลุ่มมวลชนเสื้อเหลือง-แดง ยังไม่ถึงที่สุด อยู่ระหว่างรอกระบวนการยุติธรรมตัดสินชี้ขาด
จึงน่าแปลกใจอย่างยิ่งกับการเคลื่อนไหวของภูมิใจไทย เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด แล้วจะให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้อย่างไร
และทั้งๆ ที่รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ต่างออกมาปฏิเสธเงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้
ว่ากันว่า... นี่อาจจะเป็นแผนรับงานของพรรคภูมิใจไทย ในการช่วยเหลือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ที่ถูกป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มผิดวินัยร้ายแรง พ่วงด้วยความผิดด้านอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในคดีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
เพื่อเป็นเกมประลองกำลังกับพรรคประชาธิปัตย์ ในยามฝุ่นตลบกับการวิ่งเฟ้นหัว ผบ.ตร.คนใหม่แทน พล.ต.อ.พัชรวาท หลังจากที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาหนุน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ก็เป็นได้
แต่ประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเพียงเอาความเดือดร้อนของประชาชนเสื้อเหลือง-แดงมาบังหน้า
เพราะเกมนี้ถือเป็นการวัดใจของทั้ง ส.ส.จากซีกฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างมีขุมข่ายพลังสีหนุนหลัง โดยเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเหยื่อล่อ
นี่จึงเป็นแผนการอันแยบยลของพรรคภูมิใจไทย โดยมีการประเมินภายในพรรคประชาธิปัตย์ว่า การกระทำครั้งนี้ย่อมมีนักการเมืองได้ประโยชน์
เกมนี้จึงเป็นการผนึกกำลังของส.ส.ในสภาเพื่อสู้กับประชาธิปัตย์ เพราะ "ค่ายสะตอ" ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางนิรโทษกรรม เพราะจะทำให้เสียหลักนิติรัฐ
แต่การเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาบังหน้า แล้วเปิดช่องให้นักการเมืองมุมมิบสอดไส้นิรโทษกรรมให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ
ด้วยช่องทางนี้ จึงทำให้พรรคฝ่ายค้านอย่าง "เพื่อไทย" ตาสว่าง ออกมาหนุนเรื่องนี้โดย "ภูมิใจไทย" เดินเกมในการต่อสายถึงพรรคการเมืองต่างๆ
เพื่อยกมือสนับสนุนให้ร่างกฎหมายผ่านเข้าสู่การพิจารณาของสภา แต่จุดที่น่าสนใจ คือ ในชั้นของการแปรญัตติ อาจจะมีการสอดไส้ ดันแก้กฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่อดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเลขที่ 111 และลอตหลังอีก 109 คน
หากเป็นเช่นนั้น เชื่อว่าภูมิใจไทยจะได้แรงสนับสนุนทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน เกมนี้จึงเป็นการโดดเดี่ยวและบีบให้ "ประชาธิปัตย์" ตัดสินใจอนาคตทางการเมือง
"นี่..จึงเป็นจุดสำคัญ ที่จุดชนวนความแตกแยกภายในพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นมาอีกครั้ง"
**บัญชา แข็งขัน**



