ข่าว

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

28 พ.ย. 2559

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

               กว่า 15 ปีที่มูลนิธิพัฒนรักษ์มุ่งมั่นพัฒนาอาชีพเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนชายขอบที่อาศัยอยู่ตามตะเข็บชายแดนด้านตะวันตกในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งสร้างศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ณ บริเวณที่ตั้งมูลนิธิพัฒนรักษ์ สำนักงานสังขละบุรี บ้านเวียคะดี้ หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมและแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ครบวงจรสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานของคนในชุมชนและคนฝั่งประเทศเมียนมาร์

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

               “ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้พาไปเลาะตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาร์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กับผู้จัดการมูลนิธิพัฒนรักษ์ “ดร.เสรี ทองมาก” เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมของมูลนิธิและวิถีชุมชนคนชายขอบ ส่วนใหญ่เป็นชนชาติมอญ กะเหรี่ยง และเมียนมาร์ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว มูลนิธิพัฒนรักษ์ สำนักงานสังขละบุรี ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปทางทิศตะวันตกราว 20 กิโลเมตร(ติดชายแดนไทย-เมียนมาร์) เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากตัวอำเภอสังขละบุรี เลยชุมชนบ้านเวียคะดี้ไปเล็กน้อย เจอป้ายมูลนิธิพัฒนรักษ์ สำนักงานสังขละบุรี ริมถนนฝั่งซ้ายบริเวณปากทางเข้าจากนั้นเลี้ยวเข้าไปประมาณ 50 เมตรก็ถึงบริเวณที่ตั้งของสำนักงาน

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

              ทันทีที่ก้าวลงจากรถตู้ต้องตะลึงกับสภาพพื้นที่ซึ่งถูกเนรมิตกิจกรรมไว้อย่างลงตัว บนเนื้อที่เพียง 2 ไร่เศษ ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน 2 ชั้น 1 หลัง บ้านพักเจ้าหน้าที่ 1 หลัง และมีเรือนพักใช้วิธีการสร้างแบบน็อกดาวน์ 3 หลังไว้สำหรับต้อนรับผู้มาเยือน ส่วนพื้นที่ว่างถูกเนรมิตให้เป็นแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริแบ่งเป็นฐานเรียนรู้ต่างๆ มีทั้งพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น และกิจกรรมด้านปศุสัตว์ อาทิ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงกบคอนโด เลี้ยงสุกรพื้นเมือง ปลูกหญ้าเนเปียสำหรับเป็นอาหารโคและอื่นๆ มากมาย

             “กิจกรรมภายในศูนย์ฯ นอกจากใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานของคนในพื้นที่และคนทางฝั่งเมียนมาร์แล้ว ผลผลิตที่ได้ก็จะนำมาขายเพื่อเป็นรายได้ของศูนย์ในการนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรมต่อไป”

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

             ดร.เสรี ทองมาก ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนรักษ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรมภายในศูนย์ ก่อนจะพาเดินเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ เริ่มจากฐานเรียนรู้พืชผักสวนครัว ซึ่งเต็มไปด้วยพืชผักสมนุไพรนานาชนิด อาทิ ตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง ข่า โหระพา พริกขี้หนูสวน มะเขือ กระถิน ผักบุ้ง ผักกาดขาว และอีกมากมาย ปลูกไว้บริเวณพื้นที่ใจกลางศูนย์ ล้อมรอบด้วยกิจกรรมด้านปศุสัตว์ เริ่มจากเล้าเป็ดไล่ทุ่งที่เลี้ยงแบบปล่อย คอกไก่ไข่ มีไก่อยู่ประมาณ 20 ตัว แต่ละวันจะมีไข่ออกมา 10-15 ฟอง ใกล้กันจะเลี้ยงกบคอนโด โดยใช้ล้อยางรถยนต์ซ้อนกัน 3-4 วงเพื่อใช้เลี้ยงกบ ส่วนฝั่งตรงข้ามจะทำเป็นคอกสุกรพื้นเมืองและบ่อเลี้ยงปลาดุกอุย สำหรับคอกเลี้ยงสุกรนั้น ดร.เสรีบอกว่าแต่เดิมเป็นคอกใช้เลี้ยงหมูหลุมอยู่บนพื้นดิน แต่โดนน้ำท่วมเมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อหลายปีก่อน จึงจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาใหม่เป็นแบบสองชั้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก ปัจจุบันมีแม่หมูขุนอยู่ 2-3 ตัวและหมูพันธุ์พื้นเมือง

              นอกจากกิจกรรมด้านการเกษตรและปศุสัตว์แล้วยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนแกงส้มป่อยปลาดุกย่างสำเร็จรูปบรรจุซอง โดยรับซื้อวัตถุดิบคือใบส้มป่อยจากชาวบ้านในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์มากนัก นอกจากนำมาปรุงเป็นอาหารในครัวเรือนเท่านั้น โดยการแปรรูปผลิตภัณฑ์จะมีชาวบ้านมาช่วยกันทำสัปดาห์ละครั้ง และในแต่ละปีจะผลิตได้เพียง 5-6 เดือนเท่านั้นในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่ส้มป่อยแตกใบอ่อน 

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

              ไม่เพียงกิจกรรมภายในศูนย์เท่านั้นที่รับผิดชอบดูแล แต่มูลนิธิยังมีเจ้าหน้าที่เข้าส่งเสริมอาชีพในชุมชน โดยเน้นให้เขารู้จักการออม ทำบัญชีครัวเรือนมีการรวมหุ้นจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นในชุมชนเมื่อกว่า 5 ปีแล้ว ขณะนี้กลุ่มมีความเข้มแข็งมาก มีเงินทุนหมุนเวียนนับแสนบาทต่อเดือน วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์นอกจากให้บริการรับฝากเงินของสมาชิกยังเปิดจำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการเกษตรทุกชนิด ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แล้วยังเป็นสถานที่จำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปของสมาชิกในชุมชนอีกด้วย

ลัดเลาะชายแดน“สังขละบุรี” ดูวิถีพอเพียงคนชายขอบ

                 “คนกลุ่มนี้เคยบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อใช้พื้นที่ทำการเกษตร แต่วันนี้ไม่มีแล้วพวกเขามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่อพยพเคลื่อนย้ายไหน เพราะพวกเขามีอาชีพ มีรายได้อย่างเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แม้จะมีพื้นที่อันจำกัดนี้ บางคนไม่มีงาน แต่กลับมีรายได้จากการขายผลผลิตนับหมื่นบาทต่อปี แถมยังมีเงินเก็บและมีการออมเงินในนามกลุ่มออมทรัพย์อีกต่างหาก จากเริ่มต้นเพียงไม่กี่ครอบครัว จนถึงวันนี้มีมากกว่า 3,000 ครัวเรือนแล้วที่เข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์” ผู้จัดการมูลนิธิเผยข้อมูล   พร้อมย้ำว่าขณะนี้ทางมูลนิธิได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจวิถีชุมชน สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนชายขอบ พร้อมความงามทางธรรมชาติที่ไม่อาจเห็นได้ในเมืองใหญ่ โดยมีเรือนพักอิงธรรมชาติไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ สนนราคา 850 บาทต่อท่าน(2 วัน 1 คืน รวมอาหารพื้นบ้าน 2 มื้อ) พร้อมลงพื้นที่สัมผัสวิถีชุมชนอย่างเต็มอิ่ม

                หนาวนี้มีโอกาสไปเยือนสังขละบุรีน่าจะไปสัมผัสวิถีชุมชนของกลุ่มคนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและมอญ พร้อมกับการเรียนรู้กิจกรรมดีๆ ด้วยวิถีพอเพียงตามแนวพระราชดำริภายในศูนย์ฯ มูลนิธิพัฒนรักษ์ สำนักงานสังขละบุรี หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สนใจโทร.08-1257-8538 ชาวชุมชนเวียคะดี้ยินดีต้อนรับ

                                                  **************