
"โฉนดชุมชน"ทำดีแต่ต้องโปร่งใส
ขณะที่แรงกดดันทางการเมืองค่อยๆ ลดลงตามลำดับ นับตั้งแต่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้ว
รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คงจะรีบฉวยโอกาสทองที่มีอยู่ไม่มากนักเร่งเครื่องเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่จะเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนโดยเร็ว เพื่อให้ขวัญที่ว่า "100 มาตรการ หลายล้านความสุข" มีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลมีแผนจะเร่งให้มีผลในทางรูปธรรมโดยเร็วก็คือการเตรียมจัดทำร่างระเบียบว่าด้วยสิทธิการใช้ประโยชน์โฉนดชุมชนก่อนจะชงเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนกันยายนนี้
โดยหลักการแล้วโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีและสร้างสรรค์ เนื่องจากเน้นให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมจัดสรรและใช้ประโยชน์พื้นที่ของชุมชน เห็นได้จากการกำหนดนิยามคำว่า "โฉนดชุมชน" ในเบื้องต้นว่าเป็นการจัดสรรพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ว่างเปล่าในชุมชนให้ประชาชนที่ยากจนและไม่มีที่ทำกินเพื่อทำการเกษตร และจะให้สหกรณ์ที่คนในชุมชนเป็นสมาชิกและร่วมลงขัน ภายใต้การสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล เป็นผู้บริหารจัดการการใช้พื้นที่โฉนดชุมชน ภายใต้การดูแลร่วมกันและแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะเพื่อผลิตอาหารและรักษาสมดุลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารูปแบบการออกโฉนดชุมชนนั้น คล้ายกับโครงการบ้านมั่นคง เพราะบ้านมั่นคงมีสหกรณ์ที่คนในชุมชนเป็นสมาชิกและบริหารจัดการพื้นที่ชุมชน รวมถึงครอบครองพื้นที่ที่คนในชุมชนอาศัยอยู่ แต่โครงการบ้านมั่นคงจะเน้นที่อยู่อาศัยในเมือง ส่วนโฉนดชุมชนเน้นที่ดินทำกินมากกว่า เชื่อว่าด้วยกระบวนการเหล่านี้จะทำให้ชุมชนไทยมีความเข้มแข็งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่จะให้ชุมชนทั่วประเทศใช้ทรัพยากรที่มีอยู่สร้างความเข้มแข็ง แก้ปัญหาและพึ่งพาตัวเอง
ถึงแม้ว่าหลักการจะดี แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการมากกว่านั้นก็คือการมีหลักประกันว่าโครงการนี้จะโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ และรัฐมีมาตรการรัดกุมมากพอที่จะป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นจากโครงการนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดียวกับการทุจริตโครงการแจกที่ดิน ส.ป.ก.4-01 หรือการส่อทุจริตคอรัปชั่นในโครงการชุมชนพอเพียงทั่วประเทศ ซึ่งไม่ทันไรก็มีกลิ่นไม่ดีจนรัฐบาลต้องชะลอโครงการออกไปก่อน ดีกว่าปล่อยไว้จนสายเกินการณ์และอาจจะเป็นชนวนการล้มรอบสองของรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ได้



