ข่าว

ส.ยิงปืน จ่อฟ้อง “กกท.”ยกเลิกงบสู้เอเชียนแอร์กัน

ส.ยิงปืน จ่อฟ้อง “กกท.”ยกเลิกงบสู้เอเชียนแอร์กัน

27 พ.ย. 2559

สมาคมยิงปืน ตัดพ้อ “กกท.” ยกเลิกเบิกงบบินไปแข่งศึกเอเชียน แอร์กัน แชมเปี้ยนชิพ ที่อิหร่าน เตรียมยื่นเรื่องฟ้องศาลขอความเป็นธรรม หลังควักทุนสำรองค่าใช้จ่ายไปแล้ว

                   พล.ท.ทวิช ชินบัญชร นายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวผลงานของสมาคม และชี้แจงปัญหาของสมาคมกีฬายิงปืน ที่ห้องประชุมของสมาคม เมื่อวันที่ 27 พ.ย. โดย พล.ท.ทวิช กล่าวว่า ช่วง 11 เดือนที่เข้ามาเป็นนายกสมาคม พบปัญหาหลายเรื่อง จากเรื่องแรกคือการสั่งซื้อกระสุนเพื่อให้นักกีฬาชุดโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล ได้ใช้ โดยทำหนังสือตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. ซึ่งต้องรอการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แต่กว่าจะอนุมัติคือวันที่ 26 เม.ย. ทำให้การสั่งซื้อกระสุนเป็นไปอย่างล่าช้า ได้มาใช้วันที่ 25 ก.ค. หลังจากนักกีฬาเดินทางไปร่วมการแข่งขันที่ประเทศบราซิลแล้ว และเงินที่สั่งซื้อกระสุนก็เป็นงบของสมาคมเองด้วย ที่สำคัญยังโดน กกท. ปรับลดจำนวนการสั่งกระสุน

                   ปัจจุบันสมาคมไม่มีงบประมาณสนับสนุน เนื่องจาก กกท. ไม่ให้งบประมาณสนับสนุนที่สมาคมจะต้องได้ปีละ 2.4 ล้านบาท เพราะมีปัญหาเรื่องงบดุลจากคณะกรรมการชุดเก่าที่ไม่เรียบร้อย ทำให้ไม่มีรายได้เข้าสมาคม แต่กลับโดนทวงเงินค่าใช้จ่าย หนี้เก่าจากกรมพลศึกษา และ กกท. จนต้องขึ้นศาลไปประนอมหนี้ แต่เรื่องที่ทำให้เราต้องมาแถลงข่าว เพราะมองว่าโดนกลั่นแกล้งหลายเรื่อง สำหรับเรื่องใหญ่ที่สุดคือ การเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ในปีหน้า หลังจากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเตรียมนักกีฬา กกท. ให้ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน เอเชียน แอร์กัน แชมเปี้ยนชิพ 2016 ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ระหว่างวันที่ 3-9 ธ.ค แต่ล่าสุดกลับโดนยกเลิกไม่ให้ไปแข่งขัน ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมคงต้องฟ้องศาล

                   ด้าน พ.ต.อ.วิรัตน์ การดี เลขาธิการสมาคมกีฬายิงปืน กล่าวว่า สมาคมได้รับการอนุมัติงบประมาณส่งแข่งขัน รายการ เอเชียน แอร์กัน แชมเปี้ยนชิพ 2016 ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ทางสมาคมจึงได้ดำเนินการคัดตัวนักกีฬา ซึ่งได้จำนวน 12 คน เจ้าหน้าที่ 4 คน จากนั้นได้ทำวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ทุกอย่างเรียบร้อย นักกีฬาบางคนเป็นข้าราชการต้องทำเรื่องขอตัวกับต้นสังกัดเพื่อมาเก็บตัวที่สมาคม ใช้งบประมาณค่าใช้จ่าย 1.2 ล้านบาท แต่ก่อนจะเดินทาง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่งทราบว่าทาง กกท. ไม่รับรู้เรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ กกท.เป็นผู้อนุมัติให้ไปแข่งขัน และทำหนังสือขอตัว รวมทั้งอนุญาตให้ตรวจสารต้องห้ามในนักกีฬาก่อนแข่งขัน

                   พ.ต.อ.วิรัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้หากไม่ได้ไปแข่งขันจะต้องโดนปรับหลายแสนบาท และอาจจะโดนลงโทษแบน จะทำให้สมาคมกีฬายิงปืนของไทยไม่ได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติ หรือไอเอสเอสเอฟ เพราะฉะนั้นคงต้องฟ้องศาลอาญา ในข้อหาว่า เจ้าหน้าที่ กกท.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึง กกท. และโอลิมปิคแห่งประเทศไทยว่า ขอให้ทบทวนการจัดผลงานของสมาคม จากเกรด เอ ไปอยู่ในกลุ่ม เกรด บี ตอนนี้สมาคมต้องเตรียมแผนเพื่อไปถึงความสำเร็จในโอลิมปิก 2020 ให้ได้ เรื่องนี้จะมีผลกระทบกับงบประมาณสนับสนุนที่ทางสมาคมจะได้รับด้วย