ข่าว

แม่ทัพภาคที่4สั่ง3ฝ่ายตามล่าคนร้ายยิงหญิงตั้งครรภ์

แม่ทัพภาคที่4สั่ง3ฝ่ายตามล่าคนร้ายยิงหญิงตั้งครรภ์

27 พ.ย. 2559

แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งหน่วยที่เกี่ยวข้องและกำลังร่วม 3 ฝ่ายได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และกล้องวงจรปิด คนร้ายยิงสตรีไทยพุทธตั้งครรภ์เสียชีวิต

 

         เวลา 10.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559  ที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค4สน. เปิดเผยถึงกรณีเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา 19.20 น. ที่ผ่านมา คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนประกบยิงราษฎรเสียชีวิตจำนวน 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตนั้นพบว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน ซึ่งเด็กในครรภ์ได้เสียชีวิตด้วยเช่นกัน เหตุเกิดบริเวณตลาดนัดปาลัส ริมถนนสาย 42 หมู่ที่ 1 ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดได้เข้ารักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลปัตตานี

         “จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของผู้ที่สูญเสียและบาดเจ็บ จากการกระทำอันสุดโต่งไร้ซึ่งมนุษยธรรม ของกลุ่ม ผู้ก่อเหตุ ทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องและกำลังร่วม 3 ฝ่ายได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และกล้องวงจรปิด ตลอดจนบูรณาการมาตรการด้านการข่าวเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ทั้งยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการต่อไป ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำ ดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่สุดโต่งไร้ซึ่งมนุษยธรรม เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักศาสนา และขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วน กลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคม และกลุ่มเอ็นจีโอ ได้ร่วมกันประณามการกระทำต่อผู้หญิงซึ่งไม่มีทางต่อสู้ และยังตั้งครรภ์ ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม อำมหิต ไร้ซึ่งมนุษยธรรม สุดโต่ง หวังเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน โดยมิได้คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ใด” พันเอกยุทธนาม กล่าว

         รองโฆษก กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า ยังกล่าวอีกว่า ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งผิดปกติใดใด กรุณาแจ้งมายังหน่วยงานความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย ที่ท่านรู้จัก หรือแจ้งมายังโทรศัพท์หมายเลข 1341 รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า หรือหมายเลข 191 ของเจ้าที่ตำรวจ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อทุกคนจะได้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการสร้างสันติสุข และความปลอดภัย ให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้“ซึ่งการจะเกิดสันติสุขขึ้นในพื้นที่ได้นั้น ต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชน”