ข่าว

สภาฯยืนยันพรก.ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

สภาฯยืนยันพรก.ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

19 ส.ค. 2552

สภาฯยืนยันพรก.ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หลังจากประชุมวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบ เพื่อไทยโวยสภาไม่ถ่ายทอดสด

 เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 19 ส.ค.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้เข้าสู่การพิจารณาเรื่องด่วนคือการยืนยันการอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตพ.ศ.2527 (ฉบับที่5)พ.ศ.2552 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภามีมติคว่ำไปแล้วนั้น

 ปรากฏว่าส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นสอบถามประธานว่าเหตุใดเรื่องสำคัญเช่นนี้จึงไม่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ให้ประชาชนที่สนใจได้รับทราบ โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนทุกคนอยากรู้ว่ารัฐบาลยังมีการเก็บภาษีน้ำมันอยู่อีกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาวุฒิสภาก็ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ฉบับนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสามารถ ได้พยายามให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันโดยสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที ทั้งนี้หลังจากเปิดการประชุมขึ้นอีกครั้งแต่ละฝ่ายก็ยังคงยืนยันเช่นเดิม โดยฝ่ายรัฐบาลขอให้ที่ประชุมพิจารณาไปเลย ขณะที่ฝ่ายค้านขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนเพื่อให้มีการถ่ายทอดสด ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติให้เลื่อนการพิจารณาพ.ร.ก.นี้ออกไปก่อน

 ขณะที่นางผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้พิจารณาตามระเบียบวาระโดยให้เหตุผลว่าการพิจารณายืนยันพ.ร.ก. รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องนำมายืนยันทันทีที่เปิดสมัยประชุม ซึ่งผลปรากฏว่าที่ประชุมส่วนใหญ่มีมติให้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระด้วยคะแนนเสียง 239 ต่อ 129 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 5

 จากนั้น นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ได้เสนอร่างพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดภาษีสรรพสามิตทันที โดยระบุว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องยืนยันการออกพ.ร.ก.ฉบับนี้เพราะมีสาระสำคัญในการกำหนดราคาภาษีน้ำมัน ของเหลวและแก๊สที่คล้ายๆกัน เนื่องจากอัตราการจัดเก็บภาษีน้ำมันได้ใช้มาเป็นเวลา 18 ปีแล้ว ทำให้อัตราภาษีไม่เหมาะสมกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันโลก ก่อนตราพ.ร.ก.นี้กรมสรรพสามิตได้จัดเก็บภาษีน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลในอัตราลิตรละ 5 บาทโดยน้ำมันทั้งสองชนิดมีการบริโภคในอัตราที่สูง รัฐบาลจำเป็นต้องเก็บอัตราภาษีน้ำมันที่เหมาะสมเพื่อรักษาความสมดุลในการหารายได้ของรัฐและรักษาเสถียรภาพของประเทศ จึงจำเป็นต้องออกพ.ร.ก.ฉบับนี้เพื่อขยายอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล โดยจะจัดเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าภาษีที่กำหนดไว้ และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงขอให้สภาฯยืนยันการอนุมัติพ.ร.ก.นี้เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

 ทั้งนี้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประกาศกลางสภาฯว่า ตนและชาวบ้านรับไม่ได้กับสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการ จึงขอออกจากห้องประชุม ไม่ขอร่วมพิจารณาพ.ร.ก.ฉบับนี้

 จากนั้นที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีว่าเห็นด้วยที่วุฒิสภาไม่ผ่าน พ.ร.ก.ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทุกหย่อมหญ้า ถือว่าครม.ใจกล้าที่จะเสนอขึ้นภาษีน้ำมัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการออกพ.ร.ก.ฉบับนี้เพราะหลังจากที่รัฐบาลเลิกเอาเงินจากกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนภาษีสรรพสามิตก็ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ขณะที่ค่าการตลาดก็ยังเก็บในอัตราที่สูง ทำให้ประชาชนโดนทุบหัวเพราะใช้น้ำมันแพงกว่าต่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่กระทรวงพลังงานก็ไม่ดูแลเพราะรัฐมนตรีไม่รู้เรื่อง

 “แม้แต่ราคาไข่ก็ต้องถือว่าไข่อภิสิทธิ์น่าเกลียดที่สุดเพราะราคาใบละ 3.31 บาทในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ 70 เหรียญต่อบาเรล เทียบกับไข่ของรัฐบาลสมัครมีราคาเพียง 3.25 บาทในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบสูงถึง 137 เหรียญต่อบาเรล” นายสุรพงษ์ กล่าว