ข่าว

รวบนศ.เทคนิคปากน้ำขนก้อนหินเตรียมถล่มคู่อริ

รวบนศ.เทคนิคปากน้ำขนก้อนหินเตรียมถล่มคู่อริ

19 ส.ค. 2552

ชาวบ้านพบนักศึกษาเทคนิคปากน้ำขนก้อนหินขึ้นรถคาดเตรียมถล่มคู่อริแจ้งตำรวจตรวจค้นจับได้ยกคัน พร้อมทำประวัติก่อนส่งให้อาจารย์ฝ่ายปกครองรับไปอบรม ปาหินลามตัวเมืองสุราษฎร์ฯเคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่กรุงเก่าแจ้งความคนร้ายใช้ขวดชูกำลังโยนใส่สิบล้อหวิดต

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 19 ส.ค.52  ขณะที่ ร.ต.ต.วัชรพล ฤดีชุติพร รอง สวป. สภ.บางปู สมุทรปราการ กำลังออกตระเวนตรวจพื้นที่ผ่านมาทางถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 33 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบเห็นนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการกว่า 20 คน ได้ช่วยกันขนเอาก้อนหินใส่ถุงดำขึ้นรถโดยสารสาย 1140 สีเขียวเหลือง ที่วิ่งระหว่าง ปากน้ำ – คลองด่าน มุ่งหน้าไปทางวัดตำหรุ เกรงว่าจะนำไปก่อเหตุร้าย

 หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปราม ตระเวนตรวจหาตามถนนสุขุมวิท ได้พบเห็นรถโดยสารคันดังกล่าวกำลังวิ่งผ่านจุดกลับรถเยื้องโรงพยาบาลรัทรินทร์บางปู จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ พบว่าบนรถโดยสารคันดังกล่าว มีนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ นั่งมาจำนวน 25 คน เมื่อทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะหลบหนี แต่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้ทั้งหมด

 ตรวจค้นได้พบก้อนหินหลายขนาดจำนวน 25 ก้อน บรรจุอยู่ในถุงดำซุกอยู่ใต้เบาะนั่งด้านหลัง จึงยึดเอาไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นทราบว่า นักเรียนทั้งหมดเรียนอยู่ในระดับ ปวช.ปี 1  อายุระหว่าง 16-18 ปี ส่วนก้อนหินที่พบนักเรียนทั้งหมดอ้างว่า เอาไว้ป้องกันตัว หากถูกนักเรียนคู่อริตามมาทำร้ายระหว่างเดินทางกลับบ้านพัก

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนักเรียนทั้งหมดเดินทางมาบันทึกภาพทำประวัติที่โรงพัก ก่อนแจ้งให้อาจารย์ฝ่ายปกครองวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ มารับตัวนักเรียนทั้งหมดกลับไปอบรม

ปาหินลามสุราษฎร์ฯเคราะห์ดีไม่คนเจ็บคาดฝีมือคนเมาคะนอง

  เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น.วันที่ 19 ส.ค.52 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ฯ ได้รับแจ้งมีเหตุปาหินเกิดขึ้นในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีจึงเข้าตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน กธ 4377 สุราษฎร์ธานี ของนาย สุชาติ ประสงค์ดี ที่บริเวณถนนสายบ้านโพหวาย เขตเทศบาลเมือง สุราษฎร์ฯ หลังจากถูกคนร้ายใช้ของแข็งปาเข้าที่กระจกรถด้านหน้าฝั่งซ้ายจนร้าวได้รับความเสียหายทั้งบาน ก่อนหลบหนีเข้าแหล่งชุมชนหายไป

 สอบถามนาย สุชาติ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้ขับรถกลับบ้านที่ อ.กาญจนดิษฐ หลังจากทำธุระในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีเสร็จแล้ว ซึ่งมีภรรยาและลูกนั่งมาด้วยกัน 3 คน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เห็นชายคนหนึ่งเดินถอดเสื้อนุ่งกางเกงสามส่วน เดินสวนทางมาตรงกลางถนน โดยตนคิดว่าคงจะข้ามถนนจึงชะลอรถให้ แต่เมื่อขับรถเข้าใกล้ชายคนดังกล่าวกลับปากระจกรถด้วยของแข็งจนแตกจึงหยุดรถทันที และตรวจสอบความปลอดภัยของลูกและภรรยา แต่ไม่มีใครได้รับอันราย จึงกลับไปหาคนที่ปากระจกรถแต่ไม่พบแล้ว จึงได้แจ้ง 191 เข้าตรวจสอบดังกล่าว

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าหน้าจะเป็นฝีมือของคนเมาสุรา ในพื้นที่ดังกล่าว ที่เมาจนเกิดความคะนอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่งสายสืบเข้าติดตามคนร้ายรายนี้ต่อไป

 ที่กรุงเก่าใช้ขวดชูกำลังโยนใส่สิบล้อหวิดตกถนน

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 19 ส.ค. นายขจรศักดิ์ ภูฐิติวิวัฒน์ อายุ 26 ปี บ้านอยู่ 24 ซอยสามัคคี ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ภาณุมาศ ภูมิจันทร์ สว.เวรสภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่า ได้ขับรถยนต์บรรทุกยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 81-5090 นนทบุรี บรรทุกกระดาษรีไซเคิลออกจากบ้านที่ จ.นนทบุรี

 เมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน และนำกระดาษไปส่งที่โรงงานกระดาษปัญจพล ต.ห่อหมก อ.บางไทร จากนั้นก็เดินทางกลับออกจากโรงงานเวลาประมาณ 15.00 น. โดยใช้เส้นทางสายเสนา-ปทุมธานี ขณะที่ขับรถตามรถยนต์เก๋งสีบอร์นเงินยี่ห้อโตโยต้าวีออส ทะเบียน ณข 1698 กทม. บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันคอสโม่ เขต ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา สังเกตเห็นชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ ในรถยนต์ที่ตนวิ่งตาม ได้โยนขวดเครื่องดื่มชูกำลังออกมาจากรถ เกือบถูกรถของตน

 จากนั้นก็โยนออกมาอีก 2 ขวด ปรากฎว่าขวดสุดท้ายถูกเข้าที่ขอบประตูด้านซ้าย เป็นรอยบุบเล็กน้อย จากนั้นรถยนต์ดังกล่าวก็ขับแซงรถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้าหลบหนี ตนจึงขับแซงตามขึ้นไป จนสามารถจดทะเบียนรถได้ จากนั้นรถคันดังกล่าวก็เร่งเครื่องหนีไป ตนจึงแวะแจ้งความที่ตู้ยามสามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งทางตู้ยามได้ประสานให้มาแจ้งความดังกล่าว

 นายขจรศักดิ์ เปิดเผยว่า การมาแจ้งความไม่ได้เจตนาที่จะเอาเรื่องกับคนที่ก่อเหตุ แต่เมื่อได้ทะเบียนรถมาก็อยากที่จะให้ทางตำรวจช่วยตรวจสอบ และติดตามตัวมา เนื่องจากอยากทราบว่าทำไมต้องโยนขวดใส่รถคันหลัง ซึ่งตอนนั้นหากตนหักหลบก็อาจจะตกถนนได้

 หลังจากรับแจ้งแล้ว พ.ต.ท.ภาณุมาศ ได้วิทยุให้ตู้ยามต่างๆในเขต จ.ปทุมธานี และนนทบุรี ตรวจสอบรถทะเบียนดังกล่าว แต่ยังไม่มีวี่แวว  เบื้องต้นยังไม่สามารถบอกได้ว่า คนที่โยนขวดใส่นั้นเพราะความมักง่ายต้องการทิ้งขวด หรืออาจจะเกิดความคึกคะนอง ซึ่งอาจจะทำให้รถคันหลังเกิดอันตรายได้ ซึ่งจะได้ดำเนินการติดตามตัวมาสอบถามและดำเนินการต่อไป