ข่าว

ทนายเล็งฟ้องศาล “เบส อรพิมพ์” หยามคนอีสาน

ทนายเล็งฟ้องศาล “เบส อรพิมพ์” หยามคนอีสาน

26 พ.ย. 2559

“เบส อรพิมพ์” หมิ่นประมาทคนอีสาน ทนายแจ้งความขอลงบันทึกประจำวัน เล็งยื่นฟ้องต่อศาล


               26 พ.ย. 59  จากกกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ “เบส” อรพิมพ์ รักษาผล นักพูดชื่อดัง กำลังพูดบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวของในหลวง ร.9 แต่กลับมีเนื้อหาบางช่วงบางตอนไปในทำนองหมิ่นประมาทคนอีสาน ทำให้คนจำนวนมากเกิดความไม่พอใจ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มีคนดังจากหลากหลายวงการออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิ กระทั่ง “เบส” ทนกระแสกดดันจากสังคมไม่ไหวจนต้องออกมาขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

               ล่าสุด เมื่อเวลา 11.40 น. นายนพดล สีดาทัน อายุ 50 ปี ทนายความ ในฐานะประธานกลุ่มขอนแก่นโมเดล ได้เข้าพบ ร.ต.อ.สมศักดิ์ บุญมานนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอแจ้งความร้องทุกข์ขอลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณี น.ส.อรพิมพ์ หรือ เบส รักษาผล อาชีพนักพูด อายุ 30 ปี ไม่ทราบที่อยู่ ได้พูดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2559 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เวลาไม่แน่ชัด แต่ได้ทราบและติดตามข่าวเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา และดูคลิปนี้หลังจากคลิปแพร่ตามสื่อทางอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และในคลิปถอดคำพูดของ น.ส.อรพิมพ์ ได้ว่า “พี่จะไม่ถามว่ารักในหลวงไหม รู้อย่างเดียวว่าคนอีสาน...ในหลวงเสด็จฯ บ่อยมาก และช่วยคุณเยอะมาก คนอีสานคะ โปรดฟัง ในหลวงรักพวกคุณ แปลกนะที่บางทีพวกคุณลืมในหลวงเนาะ แปลกอะ...”

               กรณี น.ส.อรพิมพ์ ได้พูดช่วงนี้ ชี้ให้เห็นว่าคนทั่วไปที่ได้ฟังจากคลิปจะมีความคิดว่าคนอีสานทั้งหมดไม่มีความจงรักภักดี เป็นพวกที่ในหลวงทรงทำให้ทุกอย่าง แต่คนอีสานลืมพระองค์ ซึ่งมันจะเข้าคำว่าทำคุณกับคนอีสานไม่ขึ้น เพราะเป็นพวกลืมบุญคุณผู้มีพระคุณ และลงท้ายกับคำพูดที่ว่า “แปลกอะ” ซึ่งความเข้าใจของคนทั่วไปต้องเข้าใจว่า น.ส.อรพิมพ์ แปลกใจที่คนอีสานลืมในหลวง ในขณะที่คนภาคอื่นๆ ไม่ลืมในหลวง ซึ่งไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย กลับเสมือนดูถูก เหยียดหยาม ถากถางหมิ่นเกียรติ ยกตนข่มคนอีสาน

               นายนพดล กล่าวว่า ตนมาแจ้งความร้องทุกข์ครั้งนี้ ได้นำสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของตน พร้อมวีดีทัศน์ที่มาจากการพูดดังกล่าวของ น.ส.อรพิมพ์ ภาพถ่ายประกอบแผ่นวีดีทัศน์ จำนวน 1 ชุด เพราะตนเป็นคนอีสานทั้งกำเนิดและถิ่นที่อยู่ จึงเห็นคำพูดดังกล่าวของ น.ส.อรพิมพ์ เป็นคำพูดหมิ่นประมาทคนอีสานทั้งหมดทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อผู้ใดก็ตามก็ถือว่าเป็นคนอีสานที่เสียหาย เพราะเป็นคำพูดที่ส่อเจตนาให้เข้าใจว่า คนอีสานทุกคนทั้งภาคอีสานไม่เคารพรักในหลวง ไม่สำนึกในบุญคุณของพระองค์ท่าน และมีความคิดขัดแย้งต่อในหลวง ซึ่งไม่เป็นความจริง และบางช่วงที่ น.ส.อรพิมพ์ พูดทำนองคนอีสานสิ้นไร้ไม้ตอกรอแบมือขอ ไม่พัฒนา ที่สำคัญ น.ส.อรพิมพ์ เหยียดคนในชาติไม่ให้เกียรติคนอีสาน ดูถูกคนอีสานว่าถูกหลอก ถูกล้างสมอง ซึ่ง น.ส.อรพิมพ์ ไม่มีสิทธิ์พิเศษใดๆ ที่จะกล่าวหาเช่นนั้น การระบุเจาะจงและเน้นคำพูดว่า “คนอีสาน” นั้น จึงถือว่าคนอีสานทุกคนได้รับความเสียหายเป็นที่เหยียดหยามของคนทั่วประเทศ ชั่วลูก ชั่วหลาน

               “ตนในฐานะผู้เสียหายจึงได้ขอร้องทุกข์และมอบคดีให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.อรพิมพ์ หรือ เบส รักษาผล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ประกอบมาตรา 238 จนถึงที่สุด ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท”

               ร.ต.อ.สมศักดิ์ บุญมานนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า นายนพดลได้นำหลักฐานมาร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลักจากนั้นจะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นฟ้องต่อศาลเอง จึงได้รับลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป