ข่าว

ม.3 คิดสั้นขโมยปืนพ่อยิงหัวสาหัส--เขียนจม.ให้บริจาคศพ

ม.3 คิดสั้นขโมยปืนพ่อยิงหัวสาหัส--เขียนจม.ให้บริจาคศพ

25 พ.ย. 2559

ม.3 ขโมยปืนพ่อยิงหัวตัวเองสาหัส ญาติยังไม่ทราบสาเหตุ พบข้อความเขียนในจดหมายสั้นๆ ให้บริจาคศพ 

     เมื่อเวลา 17.45น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุนักเรียนใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองที่บ้านหลังหนึ่งใน ถ.พรหมประกาย เทศบาลนครอุดรธานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังรับแจ้ง หน่วยกู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดธานี อาสาสมัครมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และนำตัวส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี ทราบชื่อว่า นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชื่อดังของจังหวัดอุดรธานี  จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานีร.ต.อ.ณัฐพงษ์ ศีรษะพล ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางไปตรวจสอบที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี

     เมื่อถึงร.พ.ศูนย์อุดรธานีพบว่า แพทย์และพยาบาล เร่งช่วยชีวิตนายเอ ในสภาพสวมเสื้อกีฬาสีฟ้า กางเกงนักเรียนขาสั้น สีกรมท่า เบื้องต้นทราบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่ศีรษะด้านขวา โดยมีญาติที่ทราบข่าวเดินทางมาติดตามอาการ ส่วนพ่อแม่ของนายเอกำลังเดินทางจาก อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่อยู่ห่างจาก อ.เมือง ประมาณ 80 กม.

    จากนั้นตำรวจเดินทางไปตรวจสอบส่วนที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดกั้นพื้นที่ เพื่อรอให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ โดยมีนายบี (นามสมมุติ) อายุ19ปี พี่ชายนายเอ  อยู่ในที่เกิดเหตุระบุว่า พ่อแม่เปิดอู่ซ่อมรถอยู่ อ.บ้านดุง และมาซื้อบ้านหลังนี้มากว่า 7 ปี เพื่อให้ลูกอยู่เพื่อเรียนหนังสือ โดยแม่จะเดินทางมาเยี่ยม เพื่อดูแลตนเองกับน้องในช่วงวันหยุด

    “ไม่รู้ว่าน้องชายมีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาก็ไม่มีเรื่องผิดสังเกต เป็นไปตามปกติทุกวัน วันนี้ตอนเย็นเรียนเสร็จผมกลับบ้านตามปกติ ส่วนน้องชายขี่รถจักรยานกลับจากโรงเรียนจอดรถไว้ในบ้าน เมื่อถึงบ้านก็แปลกใจว่าบ้านปิด กระทั่งเมื่อเปิดเข้าไปในห้องนอนพบน้องชายนอนอยู่บนฟูกที่นอนมีเลือดอยู่ตามตัวและที่พื้น จึงรีบโทรศัพท์บอกพ่อแม่ และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน จากนั้นรถพยาบาลมาถึงจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล” นายบี กล่าว

    ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า ขณะนี้พ่อแม่ของเด็กเดินท่างมาถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบปากคำ เพราะยังดูแลอาการของลูกอยู่ ทราบเพียงว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ คงจะเป็นอาวุธปืนของพ่อ ที่แจ้งความหายไว้ที่ สภ.บ้านดุง เมื่อเดือนก่อน โดยไม่รู้ว่าลูกเป็นคนเอามา ขณะที่เกิดเหตุพบอาวุธปืน 9 มม.1กระบอก และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือสั้น ๆ ใจความว่า อยากให้บริจาคศพเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องสอบปากคำพี่ชาย และผู้เกี่ยวข้องว่า ทำไมนายเอ จึงคิดสั้น ยิงตัวเองจนบาดเจ็บสาหัส.