ข่าว

รวบแล้ว! มือก่อเหตุปล้นรถขนเงิน

รวบแล้ว! มือก่อเหตุปล้นรถขนเงิน

25 พ.ย. 2559

ชุดคลี่คลายคดีชิงเงินสดกว่า 5 ล. คุมตัวตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บ้านบึง วางแผนให้พี่ชายและพวกอีก 2 คนก่อเหตุ ล่าสุดจับ ‘ชัยเดช’ ได้แล้ว ก่อนคุมตัวชี้จุดซ่อนของกลาง

                ความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ จากรถยนต์ขนเงินของธนาคารกรุงไทย ได้เงินไปกว่า 5 ล้านบาท โดยพนักงานปั้ม ปตท.สาขาสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สามารถบันทึกคลิปวิดีโอพฤติการณ์ของคนร้ายขณะคนร้ายเข้าก่อเหตุในปั้มน้ำมัน เหตุเกิดบนถนนบางลี่-วัดไผ่โรงวัว เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 59 โดยคนร้ายคว้าถุงบรรจุเงินสดกว่า 5 ล้านบาทโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการหลบหนี
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงกลางดึกของวันที่ 24 พฤศจิกายน 59 ชุดสืบสวนของ บก.สส.ภ.7 ควบคุมตัว ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มาสอบสวหลักฐานที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีแกะรอยจากหลักฐานในที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะสวมใส่เสื้อเกราะแล้วสวมเสื้อคลุมทับ อีกทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ ซึ่งตกในที่เกิดเหตุชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้หาเบาะแสร้านขายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี พบว่ามีผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อรุ่นดังกล่าวพร้อมทั้งซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์โดยลงทะเบียนซิมการ์ดโดยชื่อบุคคลหนึ่งซึ่งมีที่อยู่อาศัยใกล้ละแวกที่เกิดเหตุ
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการสอบสวน ส.ต.ต.วิฑูรย์ นานหลายชั่วโมงหลังจำนนต่อหลักฐาน โดยรับสารภาพว่าเป็นผู้วางแผนชิงทรัพย์ครั้งนี้แล้วซัดทอดว่าพี่ชายพร้อมเพื่อนอีก 2 คนร่วมกันก่อเหตุครั้งนี้โดยอ้างว่าพี่ชายต้องการใช้เงินจึงแค่วางแผนในการก่อเหตุ
               พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ส.ต.ต.วิฑูรย์ ให้การรับสารภาพให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนขยายผล ซึ่งตอนนี้ชุดสืบสวนทราบชื่อผู้ก่อเหตุครั้งนี้ทั้งหมด ตอนนี้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับแล้วติดตามจับกุมพร้อมติดตามทรัพย์สินคาดว่าภายในวันนี้น่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น
               รายงานข่าวแจ้งว่าในช่วงบ่ายของวันนี้หลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ประชุม ก.ตร.ที่สำนักงานตรวจแห่งชาติเสร็จสิ้น จะเดินทางไปยังพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อติดตามผลการสืบสวนแล้วจะซักถาม ส.ต.ต.วิฑูรย์ ด้วยตนเองอีกครั้ง

               ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แนวทางการสืบสวนจนกระทั่งได้เบาะแสไขคดี และนำมาสู่การจับกุม ส.ต.ต.วิฑูรย์ นั้น สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนคดีคนร้ายชิงเงินสด ขณะพนักงานเติมเงินตู้เอทีเอ็ม อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี โดยคนร้ายได้เงินไปจำนวน 5 ล้านบาท จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายได้ทำโทรศัพท์ตกไว้ ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อเจ้าของโทรศัพท์คือ น.ส.มณีรัตน์ ใจตรง เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนซิมการ์ด และเมื่อทำการสืบสวนทราบว่า เมื่อ 24 ต.ค.2559 มีการคัดทะเบียนราษฎร์ (ทร.14) ของ น.ส.มณีรัตน์ จาก สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวน และทราบว่าผู้ต้องสงสัยที่คัด ทร.14 คือ ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ผบ.หมู่ สืบสวน สภ.บ้านบึง ชลบุรี
               ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ติดตามตัว ส.ต.ต.วิฑูรย์ มาทำการสอบปากคำที่ สภ.บ้านบึง เบื้องต้น ส.ต.ต.วิฑูรย์ ให้การยอมรับว่า เป็นผู้คัด ทร.14 ของ น.ส.มณีรัตน์ แล้วนำไปให้กับ นายชัยเดช เพ็ชรปานกัน ซึ่งเป็นพี่ชาย ดังนั้น ชุดสืบสวนจึงเชื่อว่า ส.ต ต.วิฑูรย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงได้เชิญตัวมาที่ บก.สืบสวน ภ.7 เพื่อซักถาม และจากการซักถาม ส.ต.ต.วิฑูรย์ ยอมรับว่า ได้เป็นผู้วางแผนในการกระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยได้วางแผนคนดูต้นทางคือนายเปี๊ยก (เพื่อนของพี่ชาย) ไปเปิดซุ้มขายของ (ป๊อปคอร์น) ในปั้ม ปตท. เพื่อคอยดูต้นทางในขณะเจ้าหน้าที่ธนาคารมาเติมเงินในตู้เอทีเอ็ม
                กระทั่งวันที่ 6 พ.ย.59 ส.ต.ต.วิฑูรย์ กับ นายเชาว์ ได้ใช้รถเก๋ง ซีวิค สีบอร์นทอง ไปซื้อโทรศัพท์เพื่อใช้ในการก่อเหตุ โดยใช้หมายเลขบัตร ปชช.ของ น.ส.มณีรัตน์ ซื้อโทรศัพท์พร้อมซิมการ์ด แต่ทางร้านแจ้งว่าซื้อไม่ได้ ดังนั้น จึงได้เปลี่ยนไปจดทะเบียนคนซื้อเป็นนางหนูเล็กแทน โดยโทรศัพท์เครื่องนี้จัดทำไว้เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ในการติดตาม โดยวางแผนว่า ใช้โทรศัพท์เครื่องนี้ โทรหาคนที่ไม่ถูกกัน และขณะก่อเหตุ จะทิ้งเครื่องโทรศัพท์เอาไว้อำพราง ส่วนอาวุธปืนเป็นปืนซีแซด ขนาด 9 มม. โดย ส.ต.ต.วิฑูรย์ไปเอาปืนมาจาก นายตูน แล้วนำไปให้กับ นายชัยเดช เพื่อรอก่อเหตุ และในช่วงก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ จะให้นายชัยเดช เตรียมตัวซุ่มอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามปั้ม ปตท. โดยใส่เสื้อเกราะของ ส.ต.ต.วิฑูรย์ โดยให้รอสัญญาณจากนายเปี๊ยก ที่จะส่งสัญญาณด้วยการโทรศัพท์แจ้ง
               อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ ส.ต.ต.วิฑูรย์ ยอมรับว่าได้กลับไปที่บ้าน เพื่อไปคุยกับนายชัยเดช ถึงการกระทำผิด โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.59 เวลาประมาณ 14.00 น. นายชัยเดช ได้ติดต่อ ส.ต.ต.วิฑูรย์ ทางโทรศัพท์ พร้อมทั้งแจ้งว่า ให้มาที่สถานีขนส่งสายใต้ หลังจากนั้นก็ติดต่อกันไม่ได้อีก กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้มาพบและซักถาม เบื้องต้นทราบว่า นายชัยเดช ได้นำเงินที่ได้มาไปซุกซ่อนไว้ในป่า หลังบ้านภรรยาของนายชัยเดช หลังโรงเจดอนมะนาว โดยผู้ก่อเหตุในคดีนี้ทั้งหมด ประกอบด้วย นายชัยเดช (เข้าไปปล้น), นายเปี๊ยก (ขายป๊อปคอร์น-ดูต้นทาง), นายตูน+นายฟ้า (อาวุธปืน) และนายเชาว์ ซื้อโทรศัพท์เครื่องที่ตกในที่เกิดเหตุ

               ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายชัยเดช เพ็ชรปานกัน (ผู้ก่อเหตุปล้น) อายุ 35 ปี พี่ชายของส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ขณะนี้กำลังนำตัวไปชี้จุดที่เอาของกลางไปซ่อนไว้ในบ่อน้ำ