“เบรีย”ต้นแบบผลิตข้าวยั่งยืน สู่ทางรอดชาวนา"เดชอุดม"
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
โครงการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชีย หรือ Better Rice Initiative Asia (BRIA) ภายใต้กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ของประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาค ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในการผลิตข้าว การเชื่อมโยงตลาด ตลอดจนการปรับปรุงโภชนาการด้านอาหารในภูมิภาค
ในส่วนประเทศไทยนั้น สุริยัน วิจิตรเลขการ ผู้อำนวยการโครงการเบรีย ภูมิภาค เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการโดยความร่วมมือกับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พันธมิตรหลักภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ไบเออร์ เบรีย มีเป้าหมายโดยรวมในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในชนบท ผ่านการส่งเสริมการผลิตอย่างยั่งยืน และการเข้าถึงตลาดที่ดีขึ้น กิจกรรมที่ดำเนินการจะมุ่งเป้าไปที่การช่วยให้เกษตรกรรายย่อยเพิ่มรายได้ ผ่านการผลิต “ข้าวที่คุณภาพดี” อย่างยั่งยืนต่อนิเวศวิทยา และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรในห่วงโซ่คุณค่าของข้าว
“การทำงานจะมีการประสานงานกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของ “เกษตรกรปราดเปรื่อง” จากแต่ละศูนย์ข้าวชุมชนที่เลือกมาจาก 2 ภูมิภาค คือ ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคอีสาน 4 จังหวัด รวม 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด รวม 200 ศูนย์ ทำการฝึกอบรมร่วมกัน โดยโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557-60” สุริยันเผย
มนตรี พรหมลักษณ์ ผู้ประสานงานโครงการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชีย (เบรีย) ประจำจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 83 ศูนย์ กระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ 22 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอ โดยมีองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อน 4 ประการ ประกอบด้วย การฝึกอบรมเกี่ยวกับการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน การสร้างความตระหนักในการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน การลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวและการเชื่อมโยงตลาดและการสร้างชาวนารุ่นใหม่ ซึ่งที่ผ่านมามีการประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนดประเด็นและวิธีการที่จะทำให้การผลิตข้าวดีขึ้นแบบมีส่วนร่วม โดยระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชน ธ.ก.ส.และโรงสีมาประชุมร่วมกัน โดยเน้นใน 4 ปัญหาหลัก คือ ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ปัญหาภัยธรรมชาติและราคาตกต่ำ
“ในพื้นที่ อ.เดชอุดม มีอยู่ 2 ศูนย์ คือ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านกลางและตำบลบัวงาม มีการจัดฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการไปแล้ว 77 ราย รวมพื้นที่ 959 ไร่ มีต้นทุนการผลิตลดลงเหลือเพียง 1,500-2,000 บาทต่อไร่ เท่านั้น จากเดิมอยู่ที่ 3,000-4,000 บาทต่อไร่ ขณะผลผลิตก็เพิ่มขึ้นเป็น 550-650 กิโลกรัมต่อไร่ จากเดิม 300-400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการผ่านการประเมิน 75-80% และคงจะมีการขยายผลต่อไป”
ผู้ประสานงานคนเดิมระบุอีกว่า นอกจากนั้นโครงการยังให้ความสำคัญในการยกมาตรฐานข้าวหอมมะลิของ จ.อุบลราชธานี จึงได้ประสานกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือข้าวจีไอ อีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และคาดว่าจะได้รับการขึ้นเบียนภายในต้นปี 2560 นี้
ด้าน จรูญ ชินทะวัน เกษตรอำเภอเดชอุดม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อ.เดชอุดม มีทั้งหมด 16 ตำบล 243 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 1.2 แสนคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการทำนาเป็นอาชีพหลักและปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา เป็นอาชีพเสริม
“ปัญหาการทำนาที่ผ่านมาคือต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่ำ น้ำไม่เพียงพอในบางปีและราคาข้าวค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะปีนี้ (2559) ราคาข้าวหอมมะลิ 105 เหลือเพียง 7 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนมาก การที่มีโครงการเบรียเข้ามาในพื้นที่จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรโดยตรง หากเป็นไปได้จะให้มีการขยายผลให้ครอบคลุมในทุกตำบล” เกษตรอำเภอเดชอุดม กล่าวย้ำ
โครงการเบรีย นับเป็นอีกทางรอดของชาวนาไทยเพื่อก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต



