
ปัดฝุ่น“ช็อปช่วยชาติ”ของขวัญปีใหม่
คลังเตรียมชงแพ็จเกจของขวัญปีใหม่เข้าครม.อีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ปัดฝุ่นช็อปช่วยชาติกระตุ้นใช้จ่ายปั๊มเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำแพ็จเกจกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งมาตรการที่จะเสนอมีมากกว่า 1 มาตรการ โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นการให้ประชาชนสามารถนำรายจ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการไปหักลดหย่อนภาษีได้เหมือนที่เคยนำมาใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่จะมีการทบทวนระยะเวลาของมาตรการให้นานขึ้น เพื่อให้มีผลในการขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจปีนี้และปีหน้า
“ในช่วงที่การบริโภคในประเทศยังทรงตัว ก็ควรมีแรงขับเคลื่อนมากระตุ้น ซึ่งมาตรการที่ให้เพื่อรับ เพราะแม้รัฐบาลจะลดหย่อนภาษีให้ แต่ก็ได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ในระบบภาษีมากขึ้น เช่นนโยบายบัญชีเดียว เป็นต้น เราเสียเพื่อได้ เพราะหากไม่มีมาตรการนี้ คนก็ใช้จ่ายไม่มากเท่ากับที่มีมาตรการ” นายวิสุทธิ์กล่าวและว่า ส่วนมาตรการยกเว้นภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ทำได้แต่ต้องมีระยะเวลาที่จำกัด ที่ผ่านมาได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวแล้ว แต่ยังไม่ลงตัว โดยจะมีการประชุมกันอีกครั้ง
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มีการหารือมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตน้ำหอมและเครื่องสำอางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวแล้ว และกระทรวงการคลังได้เห็นชอบมาตรการดังกล่าวไปแล้ว เหลือเพียงการเลือกช่วงเวลาประกาศใช้มาตรการ ในเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2560 เพื่อให้มีผลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้า ซึ่งรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจโตได้เต็มศักยภาพ จึงต้องดำเนินการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและยาว
สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการที่จะนำมาใช้ใหม่อีกครั้งนั้น กระทรวงการคลังจะมีการทบทวนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและระยะเวลาของมาตรการให้นานมากขึ้น หลังจากที่การดำเนินการในปีที่ผ่านมาพบว่าได้ผลดีในการกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจ
"ขณะนี้มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจในไตรมาส 4 อาจไม่ค่อยดี เมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ดังนั้น จำเป็นต้องมีมาตรการมาช่วยเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะโต 3.2-3.3% ซึ่งขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กำลังพิจารณาว่าจะมีมาตรการกระตุ้นอะไรเพิ่มเติม เพื่อดูแลเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย" นายสมชัยกล่าวและว่า ขณะที่เศรษฐกิจปีหน้าคาดว่าจะมีการลงทุนจำนวนมากจากโครงการของรัฐ ทั้งโครงการรถไฟ รถไฟฟ้า ถนน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนการบริโภคก็ฟื้นตัวจากมาตรการที่รัฐบาลออกมาต่อเนื่อง เหลือแต่การลงทุนภาคเอกชนเท่านั้นที่ยังอ่อนแอ เพราะเอกชนยังไม่ยอมลงทุนแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการลงทุนได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ซึ่งจะสิ้นสุดปีนี้
ขณะที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้มาดูมาตรการในปีหน้า ที่จะทำตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม 2559 ว่าควรจะมีมาตรการกระยะสั้น กลาง และยาว อะไรบ้าง เพราะรัฐบาลชุดนี้จะอยู่อีก 1 ปี ดังนั้น เร่งมาตรการให้จบก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สิ่งที่อยากเห็นคือ ทำให้เศรษฐกิจปีหน้าโตตามศักยภาพ 4-5%และหวังให้เอกชนมาช่วยลงทุน เพราะรัฐบาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้ง ผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าทุกสาย การก่อสร้างทางด่วน หวังให้ปีหน้านั้นเกิดบิ๊กบูม บิ๊กแบงต่อเศรษฐกิจไทย เพราะไม่อยากเห็นการเติบโตเพียงกว่า 3%



