
วอนช่วยเหลือ!!อ้วน250กก.กลัวท้องแตกตาย
หนุ่มวัย 29 ป่วยเป็นโรคอ้วนหนัก 250 กิโลกรัม เดินไม่ได้ ท้องบวมกลัวแตก วอนช่วยเหลือรักษาให้หายใช้ชีวิตเป็นปกติ
24 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีหนุ่มอ้วน วัย 29 ปี ป่วยเป็นโรคอ้วนท้องใหญ่บวม น้ำหนัก 250 กิโลกรัม เดินไม่ได้ พักอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า วอนขอให้หน่วยงานหรือมูลนิธิองค์กรใดรับเป็นคนไข้ช่วยรักษา จึงเดินทางไปตรวจสอบเพื่อขอทราบรายละเอียดพบว่า คนไข้รายดังกล่าวชื่อ นายนน (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวสมุทรสงคราม น้ำหนักตัวประมาณ 250 กิโลกรัม มารับการรักษาที่ รพ.โดยมีมารดา อายุ 57 ปี คอยเฝ้าดูแล
มารดานายนน กล่าวว่า บุตรชายของตนหลังจากเรียนจบ ม.3 ช่วงอายุ 15 ปี ก็เริ่มมีอาการอ้วน จึงไม่ได้เรียนต่อชั้น ม.4 ออกมารับจ้างเฝ้าบ่อกุ้ง ใน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อหาเงินรักษาตัว กระทั่งระยะหลังมีโรคแทรกซ้อน มีอาการเหนื่อยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยเป็นความดันสูง หัวใจโต น้ำท่วมปอด แพทย์ให้ยาขับปัสสาวะ พอดีขึ้นก็กลับบ้านแต่เข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำตลอดมา ลูกชายจึงต้องออกจากงาน ในช่วงลูกชายพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตนก็ต้องมาเฝ้า ต้องหยุดขายขนมทำให้ขาดรายได้ สามีมีอาชีพรับจ้างในเรือประมง นานๆ จะกลับมาเยี่ยมบ้าน ตนห่วงบุตรชายมาก จะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ก็ไม่มีเงิน ล่าสุดเมื่อ 4 วันก่อน บุตรชายบอกว่าท้องแข็งมากและออกด้านข้างนอนตะแคงก็เจ็บ กลัวท้องแตก จึงเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า อยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพาบุตรชายไปรักษาตัวให้หาย ใช้ชีวิตเป็นปกติเหมือนเดิม
ด้าน นพ.สุทธิพงษ์ ศิริมัย ผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า กล่าวว่า นายนนมารักษาตัวโรคอ้วน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน คนไข้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้งด้วยโรคอ้วน แต่ครั้งนี้เข้ารักษาตัวด้วยอาการน้ำเกิน หัวใจโตผิดปกติ เนื่องจากน้ำในร่างกายมากไม่สามารถขับออกได้ทัน การช่วยเหลือเบื้องต้นคือ การให้ยาขับน้ำออกไป รวมทั้งจำกัดน้ำไม่ให้น้ำเข้าเยอะ อาจทำให้หัวใจวายได้ นอกจากนี้ยังมีการอักเสบของบริเวณขา ซึ่งต้องให้ยาฉีดฆ่าเชื้อเป็นครั้งคราววันละ 4 - 5 ครั้ง ไม่ได้ให้น้ำเกลือตลอดเวลาเพราะกลัวน้ำเกิน ณ ปัจจุบันผลการรักษายังไม่ค่อยดี คนไข้ยังดื่มน้ำเยอะ ทำให้น้ำมากองบริเวณเอว ด้านข้างลำตัว
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวแพทย์เคยแจ้งญาติคนไข้ว่าโรคอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมนต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งหากคนไข้พร้อมเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ก็จะเขียนใบส่งตัวให้ทันที



