
กทม.วอนคนเมืองหลวงอย่าตื่นน้ำท่วมกรุงยันรับมือได้
กทม. วอนคนกรุงอย่าตื่นตระหนกสถานการณ์น้ำท่วมกรุง ยืนยันรับมือได้ คาดโลกร้อนเพิ่มระดับน้ำทะเลไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้
(19ส.ค.) นายประกอบ จิรกิติ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงกรณีที่นายพิจิตต รัตตกุล ผู้อำนวยการบริหารศูนย์เตรียมความพร้อมภัยพิบัติแห่งเอเชีย แสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการรับมือน้ำท่วมของกทม. ว่าจะใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากเกิดสภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง ทำให้ความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝนและน้ำในทะเลเพิ่มสูงขึ้นว่า การออกมาเตือนดังกล่าว ถือว่า เป็นสิ่งที่ดี เพื่อที่ขาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเข้าไปตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกทม.อีกครั้ง ทั้งเครื่องสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ ให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่กทม.
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากให้คนกรุงเทพตื่นตระหนกกับการคาดการณ์ที่ว่า กทม.จะไม่สามารถระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ออกสู่ทะเลได้ เนื่องจากระดับน้ำทะเลหนุนสูงเกินไป เพราะเขามองว่า เหตุการณ์ดังกล่าว จะยังไม่มาถึงในช่วงเวลาที่ใกล้นี้
ทั้งนี้ กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยระหว่างนี้สำนักการระบายน้ำได้ประสานในยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(กปร.) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.อ่างทอง เพื่อรับทราบถึงสถานการณ์น้ำและนำข้อมูลดังกล่าววางแผนในการรับมือและป้องกันต่อไป
นายประกอบ กล่าวว่า ในส่วนข้อเสนอที่ให้เพิ่มความสูงของเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีก 50 เซนติเมตร รวมถึงการสร้างคันกั้นน้ำนั้น คงต้องนำประเด็นดังกล่าวหารือ กับคณะทำงานของสำนักการระบายน้ำอีกครั้ง เบื้องต้นแล้วต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เช่น เขื่อนกั้นน้ำเจ้าพระยามีความสูงเฉลี่ย 2.5 เมตร หากจะสร้างเพิ่มอีก 50 เซนติเมตรนั้นจะสามารถทำได้หรือไม่ หากพิจารณาตามโครงสร้าง ฐานรากของเขื่อน หากสร้างสูงกว่านั้นประชาชนที่อยู่หลังเขื่อนจะได้รับความเดือดร้อนอะไรหรือไม่ รวมไปถึงนำข้อมูลระดับน้ำสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมามาวิเคราะห์
ทั้งนี้ หากพบว่า ในอนาคตระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงเกินระดับเขื่อน อาจจะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น นำกระสอบทรายเสริมความสูงให้กับเขื่อน เป็นต้น
รองผู้ว่าฯกทม. ยังคาดว่า ช่วงปลายปี 52 นี้ หากสถานการณ์ฝนตกแบบไม่มีพายุระดับน้ำทะเลไม่หนุนสูง กทม.น่าจะรับมือกับสถานการณ์ได้ ซึ่งจากรายงานของสำนักระบายน้ำ ถึงปริมาณฝนตกในเดือนส.ค.ถึงปัจจุบัน พบว่า มีปริมาณ 93 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่า ลดลงเมื่อเทียบกับสถานการณ์รอบ 30 ปี คือ 114.2 มิลลิเมตร
"แม้จากรายงานปริมาณน้ำฝนจะไม่ถึงขั้นวิกฤติ กทม.ก็ได้เตรียมรับมือเบื้องต้น คือ พร่องน้ำในคลองแสนแสบ และคลองอื่น ๆ รวมไปถึงระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปแล้วส่วนหนึ่ง เพื่อเตรียมการณ์หากมีฝนตกในปริมาณมาก ก็จะสามารถระบายลงคลองได้"
อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำออกสู่ทะเลนั้น กทม. ได้คำนึงถึงประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งด้วย เนื่องจากหากระบายน้ำจืด ออกสู่ทะเลมากเกินไป ก็อาจกระทบต่อการประมงชายฝั่งได้



