
เผยเรื่องราวในหลวง ร.9 ในวังสระปทุม
นิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในมุมที่คุณอาจไม่เคยรู้
มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาฯ จัดนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” เผยเรื่องราวในหลวงขณะประทับวังสระปทุม-สมเด็จพระบรมฯ พระราชทานสำเนาสาส์นแสดงความเสียใจมาจัดแสดงให้ชม พร้อมแจกพระบรมฉายาลักษณ์ 1.4 แสนใบ
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน คุณชวลี อมาตยกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เปิดเผยว่า มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จัดนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งปกติจะจัดแสดงในวังสระปทุมทว่าปีนี้เนื่องในการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงนำมาจัดแสดงที่ศูนย์การค้าเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับชมอย่างทั่วถึง โดยนิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวพระมหากษัตริย์ที่เสด็จครองสิริราชสมบัติยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และยืนนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดของนานาประเทศ นับแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อ พ.ศ.2489 จนถึง พ.ศ.2559 รวมระยะเวลายาวนานถึง 70 ปี แบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ ” ปฐมนิวาสราชสถิต” ภาคแห่งการแสดงพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องด้วยวังสระปทุมซึ่งเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย “พิพิธราชกรณีย์” เป็นภาคที่ประกอบด้วยเรื่องการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการที่ยังประโยชน์แก่ประเทศและปวงชนชาวไทยตลอดจนมนุษยชาติ ”ราชสดุดีสรรพสกล” ภาคแห่งสาระเกี่ยวกับการถวายราชสดุดี และ “มหาภูมิพลปรมานุสาสน์” ภาคแห่งการประมวลพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่พสกนิกร
คุณชวลี เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความผูกพันกับวังสระปทุม เนื่องจากเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากโดยเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี จากประเทศสหรัฐอเมริกานิวัติประเทศไทยตั้งแต่พระชนมพรรษา 1 พรรษา กระทั่งมีพระชนมพรรษา 2 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนกสิ้นพระชนม์ ทรงได้รับการอภิบาลจากสมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทั้งด้านการศึกษาและการอบรมให้มีพระอุปนิสัย และพระราชจริยวัตรอันงดงาม ตราบเมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาและทรงครองสิริราชสมบัติ จึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐ
ลายพระหัตถ์ รัชกาลที่ 7
“ในวัยเยาว์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ เฝ้าสมเด็จพระพันวัสสอัยยิกาเจ้าทุกวัน กระทั่งเสด็จฯ ไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเมื่อเสด็จฯ นิวัติประเทศไทยมาอีกครั้งเมื่อพระชนมพรรษา 11 พรรษา และประทับที่พระตำหนักสวนจิตรลดาก็ยังคงเสด็จฯ มาเฝ้าสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทุกวันเช่นเคย ทรงมีรับสั่งว่ารู้จักประเทศไทยเพราะสมเด็จย่าทรงสอน ถ้ามาชมในนิทรรศการก็จะได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ว่าทรงจำอะไรได้บ้าง ในหลวงทรงมีรับสั่งว่าของเล่นก็เอาเศษไม้มาต่อกันเป็นรถลาก จะเห็นได้ว่าทรงมีพระอุปนิสัยที่ไม่สุรุ่ยสุร่าย สำหรับมุมโปรดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดทุกมุม เพราะวังสระปทุมคือบ้านที่มีความรักความอบอุ่น” คุณชวลี กล่าว
ที่น่าสนใจคือ นิทรรศการเน้นแสดงถึงความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก และสมเด็จพระพันวัสสาฯ ที่มีต่อสมเด็จย่า เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงให้เกียรติสมเด็จย่าในการดูแลอภิบาลบุตรโดยไม่ยุ่งเกี่ยว ขณะที่สมเด็จย่าก็ทรงให้เกียรติสมเด็จพระพันวัสสาฯ ด้วยการถวายรายงานการเลี้ยงดูผ่านจดหมายกราบบังคมทูล รวมถึงความรักของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ครองราชย์จึงมีโครงการในพระราชดำริต่างๆ กว่า 4 พันโครงการ
ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานตลอด 70 ปี และทรงงานเพื่อพสกนิกรไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก จึงได้มีการแซ่ซ้องสรรเสริญด้วยการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลต่างๆ จากองค์กรระดับสากล อาทิ องค์การยูเนสโกที่ได้ประกาศให้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด เป็นองค์เดียวในโลก ขณะเดียวกันภายหลังเสด็จสวรรคต องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็ได้จัดสดุดีและถววายพระเกียรติด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ คุณชวลี เปิดเผยด้วยว่า จำได้ว่าสมัยเด็กๆ เป็นนักเรียนจะตั้งแถวคอยเฝ้าฯ รับเสด็จฯ เมื่อโตขึ้นมีโอกาสทำงานถวายพระบรมวงศานุวงศ์มากว่า 40 ปี ไม่เคยเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำสิ่งใดเพื่อพระองค์เอง แม้ประชวรก็จะนึกถึงราษฏร ถึงแม้ว่าจะเสด็จฯ ไปไหนไม่ได้ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศ์ศานุวงศ์เสด็จแทนพระองค์ไปปฏิบัติหน้าที่ ไปแก้ปัญหาแล้วนำมากราบทูล ซึ่งแต่ละพระองค์ได้แบ่งเบาพระราชภาระของพ่อ พระองค์ไม่เคยละทิ้งประชาชนของท่านเลย ในราชสกุลมหิดลทุกพระองค์ ทรงงานเพื่อประชาราษฏร์ของพระองค์ทั้งสิ้น
“เมื่อ 3 ปีก่อน ในวันที่ 27 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาทอดพระเนตรพิพิธภัณฑภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเป็นการส่วนพระองค์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าฯ รับเสด็จ ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลถามว่า “ถูกพระราชหฤทัยไหม” ทรงตรัสตอบว่า “ถูกใจ” ซึ่งในวันนั้นมีข้าราชบริพารที่ถวายงานตั้งแต่สมัยสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มาเฝ้าฯ รับเสด็จที่พระตำหนักใหญ่ด้วย ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับข้าราชบริพารเหล่านั้น สร้างความตื้นตันใจในพระเมตตา แม้ว่าข้าราชบริพารบางคนจะอายุมากจนหูไม่ได้ยินแล้ว” คุณชวลี กล่าว
คุณชวลี อมาตยกุล
ภายในนิทรรศการ ยังมีพระราชสาส์นแสดงความพระราชหฤทัยจากกษัตริย์ และสาส์นแสดงความเสียใจจากผู้ นำประเทศทั่วโลก โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร พระราชทานสำเนาเอกสารสาส์นดังกล่าวมาจัดแสดงให้ชม ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน โดยคัดเลือกพระราชสาส์นที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ อาทิ พระราชสาส์นของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี จากญี่ปุ่น พระราชสาส์นของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก จากภูฏาน ซึ่งได้เสด็จฯ มาประเทศไทย เพื่อแสดงความอาลัย ด้วยทรงมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบในการประกอบพระราชกรณียกิจที่ภูฏาน เป็นต้น
บรรยากาศการแถลงข่าว
ตัวอย่างนิทรรศการ
นอกจากนี้ ยังมีการจำลองภาพโฮโลแกรม 3 มิติของรถเข็นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล่นเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ รวมถึงรางวัลที่ทรงได้รับการถวายราชสดุดีพระเกียรติคุณพระเกียรติยศให้ได้ชมราวกับภาพเสมือนจริง อีกทั้งมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จะมีการแจกแผ่นพับข้อมูลนิทรรศการวันละ 1,000 แผ่น รวมถึงโปสการ์ดพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 ทรงเครื่องแบบกษัตริย์เต็มยศในวันเสด็จขึ้นครองราชย์ในพิธีบรมราชาภิเษก โดยด้านหลังโปสการ์ดได้น้อมนำพระบรมราชโชวาท เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 ซึ่งเป็นปีที่ ในหลวง ร.9 ทรงสูญเสียพระบรมราชชนนี ความว่า “ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แม่สั่งไว้ว่าอย่าร้องไห้ แต่ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” โดยจะแจกจ่ายให้แก่ผู้ร่วมงานทุกวัน วันละ 9,999 ภาพ รวม 1.4 แสนใบ โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายระหว่างวันที่ 5-18 ธันวาคมนี้ บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน



