ข่าว

เคลื่อน2พัน"เกษตรแปลงใหญ่"วงเงิน2หมื่นล้าน!5ปี

เคลื่อน2พัน"เกษตรแปลงใหญ่"วงเงิน2หมื่นล้าน!5ปี

24 พ.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

         กระทรวงเกษตรฯ เผยคืบหน้าการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ปี 2560 โดยจะมีพื้นที่เกิดขึ้นอีก 400 แปลง รวมอย่างน้อย 1,512 แปลง

         นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ โดยมีข้อสั่งการ 6 เรื่อง ซึ่งต่อเนื่องจากงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 ศูนย์ ได้แก่ 1.เกษตรกรต้องเป็น Smart Farmer 2.ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนา และเน้นรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่ 3.กฎ กติกาการทำงานเกษตรสมัยใหม่ ต้องเป็นกติกาสากล 4.การบริหารจัดการน้ำกับการทำการเกษตร 5.ทำการเกษตรที่เข้าใจเรื่องกลไกตลาด และ 6.น้อมนำตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่

 

เคลื่อน2พัน"เกษตรแปลงใหญ่"วงเงิน2หมื่นล้าน!5ปี

 

           สำหรับในปี 2559 มีการดำเนินการพื้นที่แปลงใหญ่ไปแล้ว จำนวน 600 แปลง มีเป้าหมายให้กลุ่มบริหารจัดการแปลง ด้านการวางแผน จัดการผลิต การตลาดและการบริหารจัดการกลุ่มได้ดีขึ้น ลดต้นทุน 20% เพิ่มผลผลิต 20% ยกระดับคุณภาพผลผลิตสู่มาตรฐาน ตลอดจนสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และเพิ่มศักยภาพการบริหารการจัดการ

          โดยในปี 2560 ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ได้วางเป้าหมายไว้ไม่น้อยกว่า 400 แปลง เบื้องต้น ได้กำหนดแผนโรดแมปการทำงาน อาทิ บูรณาการงบประมาณจากทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งพัฒนากระบวนการกลุ่มให้เกษตรกรในกลุ่มแปลงใหญ่เข้มแข็งขึ้น พัฒนาเกษตรกรให้เป็นนักธุรกิจเกษตร พัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคประจำแปลง เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนธุรกิจรายฟาร์มและแผนธุรกิจกลุ่ม โดยคาดว่า ม.ค.2560 จะผ่านการรับรองของคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มแปลงเตรียมพร้อมอีก 512 แปลง ซึ่งกรมฯได้ส่งเสริมเพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มใน 6 เดือน หากพร้อมให้รับรองเป็นแปลงใหญ่ในปี 2560 ต่อไป และคาดว่าจะมีแปลงใหญ่ปี 2560 ทั้งหมด 1,512 แปลง

            นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การพัฒนาให้เกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นสมาชิกแปลงใหญ่สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีเงินทุนเพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้เกษตรกรในแปลงใหญ่นำไปพัฒนากิจกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการผลิต การตลาดที่จะนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่เหมาะสม 

 

เคลื่อน2พัน"เกษตรแปลงใหญ่"วงเงิน2หมื่นล้าน!5ปี

 

            คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติยกเลิกโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ปี 2559/60 (วงเงิน 2,204.45 ล้านบาท 426 แปลง รัฐบาลรับภาระอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 ต่อปี กลุ่มเกษตรกรจ่ายร้อยละ 0.01 ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2559 และโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ส.ต.2559 (วงเงิน 3,478.60 ล้านบาท จำนวน 650 แปลง รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี กลุ่มเกษตรกรจ่ายร้อยละ 0.01 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี)

            โดยอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือกรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินงานโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 2,000 แปลง อนุมัติกรอบวงเงินสินเชื่อ จำนวน 20,000 ล้านบาท (ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ ธ.ค.2559 - ธ.ค.2564) อนุมัติค่าชดเชยดอกเบี้ยให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยให้ ธ.ก.ส. เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ตามขั้นตอนต่อไป

 

เคลื่อน2พัน"เกษตรแปลงใหญ่"วงเงิน2หมื่นล้าน!5ปี

 

            ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ได้ให้ความเห็นชอบโครงการของกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์การเกษตรที่เสนอขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ โดย ธ.ก.ส. เป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ แปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.01 ต่อปี ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยเรียกเก็บจากกลุ่มเกษตร/วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.อัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ พ.ย.2559-เม.ย.2570 ระยะเวลาการจ่ายเงินกู้ ธ.ค.2559 - ธ.ค.2564 และระยะเวลาการชดเชยดอกเบี้ยภายใน 5 ปี นับแต่วันกู้ (ไม่เกิน ธ.ค.2569)  

            อีกทั้ง มีเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 2,000 แปลง รวมถึงกลุ่มที่ได้รับสินเชื่อจากโครงการสนับสนุน สินเชื่อให้กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ปี 2559/60 แล้ว โดยให้ใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ไปด้วย