พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมตะกร้อ และประธานสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ทีมชาติมาเลเซีย ได้ทำการวอล์คเอาท์ ไม่ยอมลงแข่งขันเซปักตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 31 ประเภททีมชุด รอบชิงชนะเลิศ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หลังลงเล่นทีมแรกพ่ายทีมไทยไป 0-2 เซต ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ทางสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ ได้ประชุมเพื่อดำเนินการลงโทษมาเลเซีย ใน 2 กรณี คือ การไม่มีน้ำใจนักกีฬาที่ไม่ลงแข่งขันต่อ และการไม่ยอมให้ความร่วมมือในการตรวจสารกระตุ้น หลังจบการแข่งขันนัดดังกล่าว ว่าจากการพิจารณาล่าสุด สหพันธ์ไม่ติดใจเอาเรื่องในประเด็นของวอล์คเอาท์ เป็นการยกประโยชน์ให้จำเลยไป แต่คงจะดำเนินการพิจารณาหาข้อเท็จจริง เอาผิดในเรื่องการไม่ยอมตรวจโด๊ปหลังการแข่งขันเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น
“การตรวจสารกระตุ้นหลังการแข่งขัน ถือเป็นเรื่องสำคัญของกีฬาทุกชนิด รวมถึงตะกร้อ ที่การแข่งขันรายการใหญ่ อย่าง ซีเกมส์ หรือเอเชี่ยนเกมส์ ก็มีการตรวจสารกระตุ้นมาตลอด เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่มาเลเซียไม่ทำตามกฎระเบียบที่วางไว้ โดยขณะนี้กำลังรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งมี อับดุล ฮาลีม เบน เคเดอร์ เลขาธิการสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ และประธานสหพันธ์ตะกร้อแห่งเอเชีย เป็นประธาน ว่าจะมีผลออกมาอย่างไร หลังจากนั้น สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ คงจะเรียกประชุมกันอีก 1-2 ครั้ง ก็คงจะได้บทสรุปในเรื่องนี้ว่า จะมีการเอาผิดและลงโทษมาเลเซีย ในกรณีไม่ยอมตรวจโด๊ปในตะกร้อคิงส์คัพที่ผ่านมาหรือไม่ อย่างไร”