
น้อมนำแนวพระราชดำริฯ ใช้ชีวิตเป็นสุข
พสกนิกรซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขอน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาปฏิบัติ - เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เชิญชวนโรงเรียนพานักเรียนมาทำจิตอาสา บริการประชาชน
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 23 พ.ย. ซึ่งเปิดให้ประชาชนสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล เป็นวันที่ยี่สิบหก โดยวันนี้ เวลา 04.45 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวิลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก และสำหรับประชาชนทั่วไปเปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 04.50 น.
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.15 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 37,820 คน รวม 25วัน มี 788,118คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,595,403.75 บาท รวม 25วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 57,628,355.25 บาท
ดร.สิรินันท์ ศรีวีระสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ตัวแทนครูและนักเรียนรวม 15 คน เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยถึงความรู้สึกว่า เสียใจเช่นเดียวคนไทยทุกคน การเดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อถวายความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินไปที่โรงเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2501 ในครั้งนั้นพระราชทานพระบรมราโชวาทต่อคณะครูว่า ให้ครูรักเด็ก ดูแลเด็กให้ดี ซึ่งคณะผู้บริหารเองก็ได้น้อมนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาบูราณาการใช้ในการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระวิชา ให้เด็กได้ทำงาน นำเสนองานด้วยหลักพอเพียง ทั้งในงานด้านการวิจัยและด้านการพัฒนา
นางศิริญญา พันกุ้ย อายุ 46 ปี มาพร้อมลูกชาย นายศิลา-ศศิน ทองบริสุทธิ์ อายุ 20 และ 17 ปี เดินทางจากพัทยาแล้วเข้าพักที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง ก่อนมาเข้าแถวช่วงเวลา 03.00 น. กล่าวว่า ตอนมาเข้าแถวมีคนมารอคิวก่อนเยอะมาก เพราะบางคนมารอตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน ซึ่งเราก็ไม่ได้ท้อเพราะมาด้วยความตั้งใจเลยชวนลูกชายมากราบสักการะพระบรมศพ และเขาก็อยากจะมาด้วย โดยเราได้ปลูกฝังผ่านการบอกเล่า รวมถึงให้ดูพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงทำให้แก่ประชาชนมาตั้งแต่เขายังเด็ก ทำให้เด็กรุ่นใหม่อย่างเขาค่อยๆได้รับรู้และซึมซับสิ่งที่พระองค์ทรงงานมาโดยตลอด ซึ่งลูกชายคนเล็กชอบงานศิลปะก็มักจะวาดรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระอิริยายถต่างๆ พร้อมเขียนคำบรรยายเล่าการทรงงานของพระองค์ประกอบด้วย
ด้านลูกชายคนโต นายศิลา ทองบริสุทธิ์ เผยว่า เห็นคนมาต่อแถวกันเยอะมาก ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแต่กลับดีใจที่เห็นคนไทยมาระลึกถึงพระองค์ท่านมากมายมหาศาลขนาดนี้ เพราะแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงงานเพื่อพสกนิกรของพระองค์ไว้มากมาย จากที่ได้ศึกษาพระราชกรณียกิจของพระองค์ จริงๆ แล้วเรื่องของการเป็นคนดีหรือความประหยัดอดออม เป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะเป็นอยู่แล้ว แต่เมื่อพระองค์ทรงทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วสิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ดี เราก็ควรประพฤติปฏิบัติตามรอยพระองค์ท่าน รวมถึงการใช้ชีวิตแบบพอเพียง อีกทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ควรเฉลี่ยให้คนในต่างจังหวัดให้มากขึ้น เช่นเรื่องการศึกษาร้อยละ 75 ทุ่มมาให้การศึกษาเด็กในกรุงเทพฯ ส่วนที่เหลือกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้เห็นว่าการยกระดับยังไม่เท่าเทียมกัน อยากให้มีการช่วยเหลือให้มากกว่านี้ จะได้เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านที่เน้นการช่วยเหลือผู้คนในถิ่นทุรกันดารให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ยกระดับความเป็นอยู่ การศึกษาให้เท่าเทียมกัน
ชวนอาสาสมัครช่วยแจกน้ำวันธรรมดา
ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน
สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 23 พ.ย. ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. เกี๊ยวน้ำ 1,500 ถ้วย นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ก๋วยเตี๋ยวไก่ 1,000 ถ้วย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 1,000 ถ้วย ข้าวผัดกะเพรา 1,000 จาน ข้าวน้ำพริกลงเรือ 1,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมูทอด-ไก่ทอด 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวผัดเผ็ดหมูป่า-ไข่ยางมะตูม 2,000 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองวังแจ้งว่า สำหรับวันที่ 1-2 ธ.ค. ที่มีการงดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ทางเต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ จะมีการงดแจกจ่ายอาหาร แต่ยังมีน้ำดื่มและน้ำสมุนไพรพระราชทานคอยให้บริการตลอดทั้งวัน ซึ่งทุกวันจะมีจิตอาสามาคอยช่วยให้บริการเสิร์ฟน้ำดื่มและอาหาร โดยเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ที่มีจิตอาสามาช่วยเพียงพอแล้ว แต่วันธรรมดาจะมีจิตอาสาจำนวนน้อย ทำให้บริการไม่ทั่วถึง จึงขอเชิญชวนโรงเรียนต่างๆ ช่วยนำกลุ่มนักเรียนจิตอาสามาให้บริการประชาชนในวันธรรมดา เพื่อให้บริการได้ทั่วถึงมากขึ้น
ส่วนเต๊นท์ที่ 11 โซนเหนือ ของมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ภายในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. สำหรับวันนี้มีหน่วยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลและบุคลากร จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จำนวน 15 คน และแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จำนวน 4 คน มาให้บริการดูแลประชาชนตลอดทั้งวัน โดยส่วนใหญ่ประชาชนมีอาการปวดศรีษะและมีไข้หวัดมาเข้ารับการรักษาขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระราชทานอาหารมื้อกลางวัน ซึ่งแจกจ่ายให้ประชานในเวลา 12.00 น. สำหรับเมนูวันนี้เป็นข้าวอบน่องไก่ซอส 500 กล่อง พร้อมขนมและน้ำดื่ม



