ข่าว

เปิดตัวศูนย์เรียนรู้-จัดการขยะครบวงจร

เปิดตัวศูนย์เรียนรู้-จัดการขยะครบวงจร

23 พ.ย. 2559

กทม.เปิดตัวศูนย์เรียนรู้-จัดการขยะครบวงจร โรงเรียนพระราม 9 หนุนคัดแยกขยะจากบ้าน สร้างสำนึกผันใช้วัสดุ "รีไซเคิล" เล็งกระจายครบ 6 กลุ่มเขตเมืองหลวง 



  
 

          23 พ.ย.59 - เมื่อเวลา 11.00 น. นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานพิธีเปิดตัวศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะแบบครบวงจร ที่โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง โดยก่อนการเริ่มงานได้มีการยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที พร้อมการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงต้นไม้ของพ่อ 

          นางวันทนีย์ กล่าวว่า ขยะเกิดจากมนุษย์ส่วนใหญ่ ซึ่งขยะมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ พบว่าสามารถนำมาเปลี่ยนกลับมาใช้ได้ ซึ่งวันนี้ถ้าเราดื่มน้ำเสร็จเเล้ว หากจะนำไปทิ้ง ก็ขอให้พิจารณาว่าสามารถนำไปเติมน้ำอีกได้หรือไม่ หากทุกคนไม่ช่วยกันปัญหาขยะก็จะเกิดปัญหากับธรรมชาติได้โดยตรง อย่างพลาสกติกก็ใช้เวลานาน 50 ปีถึงจะสลายได้ หากเรานำกลับมาใช้ก็จะไปลดต้นทุนการใช้เม็ดพลาสติกได้ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันลดขยะ โดยตระหนักและเข้าใจคุณค่าของขยะ นำไปสู่การปฏิบัติ นำไปสอนลูกที่บ้าน สอนเด็กนักเรียนที่โรงเรียน ให้เขาได้เห็นว่าถ้านำเก็บขยะไปชั่งกิโลขายก็จะมีเงินออมเก็บไว้ได้ และจะช่วยให้การจัดการขยะของเจ้าหน้าที่ทำได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนในกรุงเทพฯได้เรียกร้องการมีถังขยะ ซึ่งต่างจากบางประเทศที่มีการแยกขยะก่อนทิ้งแล้ว ดังนั้นกทม.อยากให้สังคมช่วยกันคัดแยกขยะเพื่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม โดยหลักคิดเรื่องการจัดเก็บค่าขยะ เพราะกทม.ต้องดูแลการจัดเก็บขนะจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือผู้ที่สร้างขยะให้แยกขยะจากที่บ้าน ถ้าส่วนไหนจัดการไม่ได้ กทม.จะเข้าไปดูแลให้ อย่างไรก็ตาม จากนี้จะติดตามการดำเนินการทั้ง 6 ศูนย์และจะติดตามอีก 6 เดือนข้างหน้าว่าเป็นอย่างไร แต่อยากให้มีทุกโรงเรียนของกทม.มีแบบนี้ ซึ่งหน่วยงานราชการก็พยายามดำเนินการเช่นกัน   
          ด้านนางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะถือเป็นวิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพฯซึ่งปัจจุบันมีจำนวนขยะมากที่สุด เนื่องจากมีประชากรมากที่สุดในประเทศ ถึงวันละ 10,000 ตันต่อวัน ทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ด้วยการยกวาระขยะขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ และถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรได้รับการแก้ไข กทม.ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลด และคัดแยกขยะให้นำไปใช้ประโยชน์ที่แหล่งกำเนิด และเสริมสร้างความรู้และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม ผ่านการเสริมสร้างการเรียนรู้ ด้วยการปฏิบัติจริง ซึ่งจะต้องดำเนินการคู่ไปกับการจัดการขยะของกทม.เพื่อให้ความรู้กับเยาวชนและประชาชน ในเรื่องของการจัดการขยะ โดยการร่วมกันคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ส่งเสริมให้มีการคัดแยกวัสดุที่ยังสามารถใช้ได้นำกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ก่อนทิ้ง รวมถึงขยะอินทรีย์ได้มีการส่งเสริมให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบการทำปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น  
          นางสุวรรณา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การจัดการขยะแบบครบวงจร และการคัดแยกนำกลับมาใช้ประโยชน์ จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. จึงจัดตั้ง "ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะแบบครบวงจร" จำนวน 6 แห่ง ใน 6 กลุ่มเขต ประกอบด้วย 1.กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ได้แก่ โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง 2.กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ได้แก่ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เขตประเวศ  3.กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ได้แก่ โรงเรียนคลองทรงกระเทียม เขตลาดพร้าว 4.กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ได้แก่ โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ เขตบางนา 5.กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ ได้แก่ โรงเรียนคลองบางพรหม เขตทวีวัฒนา และ6.กลุ่มเขตกรุงธนใต้ ได้แก่ โรงเรียนราชมนตรี (ปลื้ม-เชื่อมนุกูล) เขตบางขุนเทียน ซึ่งทั้ง 6 ศูนย์จะเปิดโอกาสให้เยาวชน ได้มีพื้นที่เรียนรู้วิธีการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ   
          "จะมีการจำลองพื้นที่ระบบการจัดการขยะที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.พื้นที่ถ่ายทอดความรู้ 2.พื้นที่คัดแยกเพื่อแปรรูป ใช้ประโยชน์จากขยะ และ 3.พื้นที่แสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากขยะ ขณะเดียวกันจะจัดทำระบบจัดการขยะในพื้นที่จริง รวมถึงการสร้างสื่อหรือกลไกในการรับรู้ให้แก่เยาวชนในรูปแบบการ์ตูนอนิเมชั่น และหนังสือการ์ตูน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการลดและแยกมูลฝอยที่แหล่งกำเนิดให้เยาวชนรุ่นใหม่ ให้เข้ามาเป็นแนวร่วมในการสร้างมหานครสีเขียว และต้นแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแปลงขยะเป็นทรัพยากร" นางสุวรรณา กล่าว  
          นางสุวรรณา กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะแบบครบวงจร นอกจากจะเป็นแหล่งความรู้ให้แก่เยาวชนและประชาชนในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีให้กับกรุงเทพฯ แล้ว ความร่วมมือในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่เริ่มจากตัวเราเอง ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ขยายไปยังทุกคนในสังคมจะเป็นกำลังสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่แต่เฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศชาติโดยส่วนรวม กทม.จึงขอให้ทุกภาคส่วนดำเนินรอยตามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ว่า "...ธรรมชาติแวดล้อมเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล และอากาศ มิได้เป็นเพียงสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเรา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ ก็เท่ากับเป็นการรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานเราด้วย"  
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการจัดนิทรรศการ"ตามรอยพ่อ" กินอยู่ใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง ตามรอยพระราชปณิธาน การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเรื่องการจัดการขยะแบบครบวงจร กิจกรรมเพ้นท์กระเป๋าผ้าดิบ"ต้นไม้ของพ่อ" กิจกรรมนักพูดสิ่งแวดล้อมหัวข้อ"ตามรอยพ่อกินอยู่ใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง" กิจกรรมประดิษฐ์สิ่งของจากเศษวัสดุในโรงเรียน จากถุงนม ขวดพลาสติก แก้วน้ำพลาสติก รวมถึงมีซุ้มกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะ เล่นเกมส์และแจกของที่ระลึก โดยนางวันทนีย์ได้เดินชมกิจกรรมภายในงาน และเปิดศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะแบบครบวงจรอย่างเป็นทางการ 

          ขณะที่ ด.ญ.ปุณิกา ชีวการุณ ชั้นป.6/2 อายุ 12 ปี กล่าวว่า ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการคัดแยกขยะเท่าไหร่ แต่ที่บ้านก็มีการคัดแยกขยะจากขวดพลาสติก ซึ่งการจัดงานในวันนี้รู้สึกชื่นชอบ เพราะทำให้มีความรู้มากขึ้น เป็นเรื่องใกล้ตัว และรู้สึกสนุกเพราะมีกิจกรรมให้ได้ปฏิบัติได้จริง เป็นของที่ทำด้วยตัวเอง อย่างวันนี้ได้ทำพวงกุญแจจากขวดพลาสติก ก็เป็นความภูมิใจของตัวเอง.