
ชื่อเสียงทำชีวิตหมดสงบ ตี๋น้อยหน้าเหมือน"แจ็ค หม่า"
เมื่อกลายเป็นเซเลบไซเบอร์โดยไม่รู้ตัวแล้วจะทำอย่างไรดี กลายเป็นคำถามยากสำหรับ"มินิ แจ็ค หม่า"
หลังกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน นับจากภาพของ ฟาน เสี่ยวชิน เด็กชายจากชนบทวัย 8 ขวบ เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ในฐานะเด็กชายที่มีใบหน้าละม้ายคล้าย แจ็ค หม่า แห่งยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซโลก "อาลีบาบา" จนได้ฉายา มินิ แจ็คหม่า และดังขึ้นไปอีกเมื่อมีข่าวสะพัดว่ามหาเศรษฐีแถวหน้าแดนมังกรรายนี้ ประกาศในช่วงเทศกาลช็อปออนไลน์ยิ่งใหญ่ประจำปีวันคนโสด 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า จะส่งเสียเด็กน้อยได้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย ก่อนปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง
แต่เวลานี้ เด็กชายฟานและครอบครัวฐานะยากจนของเขา ที่อาศัยในเมืองหยงเฟิง มณฑลเจียงซี ทางตะวันออกของจีน กำลังเจอปัญหาใหม่ที่มาพร้อมกับความโชคดีและชื่อเสียง เมื่อหมู่บ้านห่างไกลของมินิ แจ็ค หม่า มีคนแปลกหน้าจากทุกสารทิศไปเยี่ยมเยือนไม่ขาดสายด้วยเป้าหมายแตกต่างกันไป
ชาวบ้านเล่าว่าเคยนั่งนับในวันหนึ่ง มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนบ้านเด็กชายถึง 50 คน บางส่วนเป็นตัวแทนบริษัทต่างๆ ที่เดินทางไปเสนอให้การสนับสนุนทุนการศึกษาในอนาคตแก่ ฟาน เสี่ยวชิน
นักธุรกิจรายหนึ่ง มอบเงินให้กับครอบครัวฟาน 6,000 หยวน โทรทัศน์จอแอลซีดี และเครื่องครัว เพื่อช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่
แต่ก็มีบางคนไปที่นั่นด้วยแรงดึงดูดด้านผลประโยชน์ เช่น เวบไซต์ถ่ายทอดสดออนไลน์ หรือ ออนไลน์ สตรีมมิง จากปักกิ่ง ถ่ายทำประสบการณ์ของตนเองที่บ้านของเด็กชาย และโพสต์คลิปวิดีโอบนเวบไซต์ของเขา เพื่อเรียกยอดผู้ติดตามและสร้างชื่อเสียงให้กับเวบ ขณะนักธุรกิจบางคนถึงกับบีบบังคับเด็กชายให้ถ่ายรูปกับพวกเขา เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของตนเอง
( พ่อและแม่ของฟาน เสี่ยวชิน )
ฟาน เจี่ยฟา บิดาของเด็กชาย เคยถูกงูพิษกัดต้องตัดขาหนึ่งข้าง และถูกกดดันให้ต้องแต่งงานกับภรรยาที่ป่วยเป็นโปลิโอ ต่อมา ทั้งคู่ให้กำเนิดลูกชายคนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ 2 คน
ฟาน เสี่ยวชิน และพี่ชาย ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะครอบครัวยากจน
เท่านั้นยังไม่พอ ย่าของเด็กชายยังเป็นอัลไซเมอร์ ภาระงานบ้านและหารายได้เลี้ยงครอบครัวจึงตกเป็นของพ่อที่เหลือขาข้างเดียว
ตารางชีวิตประจำวันของนายฟานค่อนข้างแน่นอยู่แล้ว การต้อนรับการแห่แหนมาเยือนของเอ็นจีโอ เจ้าหน้าที่รัฐ นักข่าวและนักธุรกิจ ที่เข้าไปเพื่อหาประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งจากชื่อเสียงของลูกชาย เป็นการเพิ่มภาระแก่เขาอย่างมาก ทั้งชาวบ้านยังลือกันไปว่า พ่อกำลังใช้ลูกชายเป็นเครื่องมือหาเงิน ทำให้เขาต้องยืนยันไม่เป็นความจริง กระนั้่น รู้สึกขอบคุณที่มีผู้คนมากมายไปเยี่ยม โดยเฉพาะคนใจดีที่นำข้าวของจำเป็นและบริจาคเงินให้ นายฟานกล่าวด้วยว่า ความปรารถนาเดียวของเขาคืออยากให้ลูกชายได้รับการศึกษาที่ดี



