
จี้เก็บภาษีน้ำตาล โจ๋อังกฤษกินน้ำหวานเท่าอ่างอาบน้ำ
เอ็นจีโอเมืองผู้ดีชี้ วัยรุ่นดื่มน้ำหวาน เฉลี่ยปีละ 234 กระป๋อง จี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการป้องกันปัญหาโภชนาการเด็ก
องค์กรวิจัยมะเร็งสหราชอาณาจักร (ซีอาร์ยูเค) แสดงความกังวลต่อภาวะทุโภชนาการในวัยรุ่นชาวเมืองผู้ดี เพราะพบว่าวัยรุ่นอายุระหว่าง 11-18 ปี ดื่มน้ำหวานเฉลี่ยคนละ 234 กระป๋องต่อปีที่เทียบได้กับปริมาณน้ำที่ใส่ในอ่างอาบน้ำจนเต็ม
ค่าเฉลี่ยการดื่มน้ำหวานของวัยรุ่นกลุ่มนี้มากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 4-10 ปี ที่พบว่าดื่มน้ำหวานเฉลี่ยราว 110 กระป๋องต่อปี และสอดคล้องกับตัวเลขจากผลการวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานมาตรฐานอาหาร ที่พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี มีการบริโภคน้ำหวานน้อยลง แต่กลุ่มวัยรุ่นนั้นยังไม่สามารถควบคุมได้
ซีอาร์ยูเคจึงเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฏหมายเก็บภาษีน้ำตาล ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์เปิดเผยเมื่อเดือนสิงหาคมว่าจะออกกฏหมายเรียกเก็บภาษีน้ำตาลเพื่อรับมือกับภาวะอ้วนในเด็ก ฟันผุ และ เบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนการของรัฐบาลชุดก่อนที่ประกาศว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากกว่า 5 กรัมต่อ 100 ซีซีภายใน 2 ปีข้างหน้า แม้ว่าจะเผชิญกับแรงต้านอย่างหนักจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
เอ.จี.บาร์ ผู้ผลิตเครื่องดื่มเอิร์น-บรู กล่าวว่าการเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลไม่ใช่มาตรการที่เหมาะควรสำหรับนโยบายด้านการสาธารณสุขของรัฐบาล และสร้างภาพลบให้กับอุตสาหกรรม



