ข่าว

ยื่นศาลแล้วสำนวนชันสูตรศพ"อนุกุล"

ยื่นศาลแล้วสำนวนชันสูตรศพ"อนุกุล"

22 พ.ย. 2559

“อัยการ”ยื่นศาลแล้วสำนวนชันสูตรศพ“ธวัชชัย อนุกูล” อดีตที่ดินพังงา ผู้ต้องหาเสียชีวิตคาห้องขังดีเอสไอศาลอาญา นัดไต่สวนพยาน  4 นัด เริ่มนัดแรก 20 ก.พ.ปีหน้า  

"อัยการ"ยื่นศาลแล้วสำนวนชันสูตรศพ"อนุกุล"

     

สำนักข่าวเนชั่น โดย เกศินี แตงเขียว 

                 

          22 พ.ย. -- แหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้า สำนวนการชันสูตรพลิกศพ การเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาแล้ว โดยมีสำนวนการชันสูตรพลิกศพของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง และกระทรวงยุติธรรมที่ส่งมาเพิ่มเติมโดยศาลอาญานัดไต่สวนพยานรวม 4 นัด ในวันที่ 20 ก.พ.2560 , วันที่ 27 ก.พ.2560 , วันที่ 6 มี.ค.2560 และวันที่ 20 มี.ค.2560 เวลา 09.00 น. ซึ่งมีพยานบุคคลหลายปากที่จะนำเข้าไต่สวน อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ศาลอาญา ก็จะมีหมายแจ้งให้ญาติของนายธวัชชัย ผู้เสียชีวิตทราบตามขั้นตอนประมวลวิธีพิจารณาความอาญา

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา ได้รับคำร้องของอัยการไว้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อช.4/2559 ซึ่งอัยการ ขอให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 และ 150  แสดงว่าผู้ตายซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องควบคุมผู้ต้องหา ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุเลือดออกในช่องท้อง ตับแตกจากการถูกของแข็งกระแทก รวมกับขาดอากาศหายใจ ซึ่งเป็นการตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่

             สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้นำสำนวนการชันสูตรพลิกศพ พร้อมพยานเอกสารหลักฐาน 4 แฟ้ม ประกอบด้วยรายละเอียดความเห็นในสำนวน ฟิล์มเอกซเรย์และใบความเห็นแพทย์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายธวัชชัย ส่งให้อัยการสำนักงานคดีอาญา เมื่อวันที่ 28 ต.ค.59 เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพต่อศาลอาญา ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา โดยสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพดังกล่าว พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้สรุปถึงเหตุการเสียชีวิตของนายธวัชชัย เชื่อว่ามีผู้ทำให้ถึงแก่ความตาย ไม่ใช่เป็นการผูกคอตายเอง เนื่องจากการช่วยชีวิตโดยการปั๊มหัวใจไม่สามารถทำให้ตับแตกได้