ข่าว

“นายกฯ”แจงนำเข้าข้าวสาลีช่วยชาวนาครบวงจร

“นายกฯ”แจงนำเข้าข้าวสาลีช่วยชาวนาครบวงจร

22 พ.ย. 2559

“นายกฯ” ขอให้เข้าใจการนำเข้าข้าวสาลี ระบุพร้อมวางแผนแก้ปัญหาทั้งระบบครบวงจร เล็ง สร้างไซโล-ยุ้งฉาง เป็นของปชช ยัน ช่วยเหลือชาวนาให้ได้เมล็ดพันธุ์ราคาถูก ปัด เอื

           22 พ.ย. --  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมครม.ว่า เรื่องชาวไร่ข้าวโพดเตรียมฟ้องกระทรวงพาณิชย์กรณีที่ครม.ได้มีมติเห็นชอบการบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุดิบอื่นทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามเสนอ นั้นก็ต้องดูกันให้ดีว่าฟ้องร้องแล้วมันได้อะไรขึ้นมาหรือไม่ ต้องดูด้วยว่าการนำเข้าเป็นไปตามข้อตกลงทางการค้าอะไรหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ก็มีการกำหนดอัตรากันระหว่างข้าวสาลีนำเข้ากับข้าวโพดที่มีในประเทศ ในสัดส่วน 1:3 แล้ว คือต้องใช้ข้าวโพดในประเทศมากกว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมาก แต่ก็ต้องไปดูว่าข้าวโพดของเรามาจากไหน มาจากการปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ เราอยากให้ยกเลิก แม้ว่าความต้องการข้าวโพดมีมาก แต่ก็ต้องให้เลิกปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมาย เราไม่ส่งเสริมให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าในการปลูกข้าวโพด ดังนั้นตอนนี้เราก็มีการขอให้ภาคเอกชนให้ช่วยมารับซื้อข้าวโพดให้ได้ตามแผน เป็นการแก้ปัญหาแบบครบวงจร ทั้งพื้นที่ปลูก การผลิต การแปรรูป การนำเข้าส่งออกสู่ตลาด

             นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปให้ได้ โดยระยะที่ 1 ทำไปแล้วเหมือนกับรักษาเสถียรภาพประเทศไว้ให้ได้ เอาปัญหาที่หยุดชะงักมาเดินหน้าในปี2557 -2558 จากนั้นปี 2559 – 2560ต้องสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถ โดยงบประมาณปี 2560-2561 จะมุ่งเน้นเชิงโครงสร้าง ซึ่งรัฐบาลได้พยายามทำเกษตรแปลงใหญ่ รัฐวิสาหกิจชุมชน บริษัทประชารัฐ และจะส่งเสริมให้ทำยุ้งฉางขึ้นมาอีก พร้อมกันนี้จะวางแผนเชื่อมโยงสร้างไซโลต่อในอนาคต เพื่อเก็บรักษาได้ในระยะเวลานาน แต่เป็นของประขาชน โดยร่วมกับภาคเอกชนแบบประชารัฐ ส่วนธุรกิจเอกชนก็ทำของตัวเองไป สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก สามารถถ่วงดุลราคาในวันข้างหน้า ตนคิดแบบนี้ไม่ใช่แต่จะให้เงิน เพราะไม่ยั่งยืน แต่มันก็จำเป็นเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้มีปัญหาทั้งโลก

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีเรื่องกรมส่งเสริมการเกษตรที่ร่วมกับบริษัทเอกชนในการช่วยเหลือชาวนา ตรงนี้ชาวนาก็มีทางเลือกอยู่แล้ว รัฐบาลส่วนหนึ่งก็ผลิตเมล็ดพันธุ์ออกมาไม่เพียงพอ เกษตรกรทำเองก็ไม่พออีก สุดท้ายก็ต้องไปซื้อจากเอกชน จึงได้มีการทำสัญญาว่าให้เกษตรกรได้ซื้อในราคาถูก ในราคาที่เป็นธรรม ไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ใคร แต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยภาคธุรกิจทั้งนั้น เจตนารมณ์ของMOU ฉบับนี้คือให้ประชาชนได้ใช้เมล็ดพันธุ์ราคาถูก เป็นทางเลือกไม่เอื้อประโยชน์ใครทั้งสิ้น