
"กกต.-ผู้ตรวจฯ"รวมพลังปฏิญานตนแสดงความจงรักภักดี
กกต.-ผู้ตรวจฯ ร่วมปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดี "พ่อหลวง"
22 พ.ย.- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี ปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความจงรักภักดีและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานสำนักงาน กกต. เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งก่อนเริ่มพิธี กกต.ได้นำผู้บริหารและพนักงาน ร่วมร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน
โดยนายบุญส่ง เป็นประธานนำกล่าวคำปฏิญาณตนว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ในพระบรมจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศและสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย
"ข้าพระพุทธเจ้าจะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์และประชาชนตลอดไป ข้าพระพุทธเจ้าขอปวารนาตัวว่าจะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัจวาจาว่า จะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทและศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัสดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยามาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของราชอาณาจักรไทยสืบไป"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการกล่าวคำปฏิญาณ กกต. ผู้บริหารและพนักงาน ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งแสดงความไว้อาลัย และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยขณะยืนแสดงความไว้อาลัยนั้น นายบุญส่ง น้ำตาไหลตลอดการทำพิธี ทั้งนี้ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจภายนอก
ด้านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ. วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมจัดงานรวมพลังเพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย
โดยพล.อ.วิทวัส ได้นำกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ ว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้า จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาประเทศ อย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนสงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป ข้าพระพุทธเจ้า ขอปวารณาตัวว่า จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืน ในการพัฒนาประเทศต่อไป
"ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัจวาจาว่า จะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัสดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยา มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป"
พล.อ.วิทวัส กล่าวภายหลังการกล่าวคำปฏิญาณตนว่า การจัดงานรวมพลังเพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในครั้งนี้ เป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยไปแล้ว แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและคุณงามความดีที่ทรงประกอบเอาไว้มาตลอดระยะเวลาการครองราชย์อันยาวนานนั้น ถือเป็นสิ่งที่จะทำให้คนไทยและชาวโลกทุกคนต่างก็รู้สึกได้เหมือนกันว่า พระองค์ไม่ได้จากเราไปไหน แต่สถิตอยู่ในดวงใจของพวกเราทุกคนไปตลอดกาล และด้วยความสำนึกในความเป็นข้าราชการเราจะน้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่สืบไป โดยเฉพาะเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม



