ข่าว

หวั่นจับ“ธัมมชโย”เสียเปล่า “บิ๊กต๊อก”รออัยการสั่งคดี

หวั่นจับ“ธัมมชโย”เสียเปล่า “บิ๊กต๊อก”รออัยการสั่งคดี

21 พ.ย. 2559

“บิ๊กต๊อก”รออัยการสั่งคดีก่อนเข้าจับ“ธัมมชโย” จี้สอบเบื้องหลังดีเอสไอรับเงิน 40 ล้าน ไม่เชื่อทำกันแค่ 2 คนปูดสังคมรู้ดีทำงานอยู่หน้าห้องใคร

 

          กระทรวงยุติธรรม -21 พ.ย.59- พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง ความคืบหน้าหมายจับของพระธัมมชโยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายผู้ต้องหาคดีรับของโจร สมคบฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ขณะนี้มีทั้งหมายจับของตำรวจและหมายจับของดีเอสไอกรณีหมายจับของตำรวจก็เป็นอำนาจตำรวจที่จะดำเนินการส่วนดีเอสไอได้รับรายงานจากอธิบดีดีเอสไอว่าจะรอประเมินสถานการณ์การสั่งคดีของอัยการก่อนว่าเห็นด้วยกับพนักงานสอบสวนหรือไม่เพราะขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรมต้องผ่านอัยการด้วยดีเอสไอมีหมายจับอยู่แล้วและยังใช้ได้อยู่แต่หากมีการจับกุมแล้วอัยการไม่สั่งฟ้องก็จะเป็นการเสียเวลา จึงเห็นว่าควรรอฟังคำสั่งอัยการด้วยเพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้จบเพียงความเห็นของพนักงานสอบสวนเท่านั้นหากอัยการเห็นสั่งฟ้องมีการส่งศาลการจับกุมก็จะได้ทำงานครั้งเดียวซึ่งตนเห็นด้วยว่า หากนำตัวมาโดยหมายจับดีเอสไอแล้ว อัยการไม่เห็นด้วยไม่สั่งฟ้องการเข้าไปนำตัวมาก็เสียเปล่า

             พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีข้าราชการดีเอสไอ2รายเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับเงินในคดีฟอกเงินนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนตนเข้ารับตำแหน่งก่อนหน้านี้คดีดังกล่าวติดปัญหาไม่สามารถเดินหน้าได้แต่เป็นคนที่มาเร่งรัดข้าราชการดีเอสไอว่าเกิดปัญหาติดขัดในส่วนใดจนคดีมีความคืบหน้า และทำให้เห็นว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากดีเอสไอเองที่มีข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องถึงขั้นถูกพักราชการเพราะไปมีส่วนรับเงินซึ่ง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าดีเอสไอยุคก่อนมีปัญหาจริงเพราะตนเข้าไปขับเคลื่อนจนคดีสามารถเดินหน้าต่อได้ ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตว่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อยู่หน้าห้องใครเหตุใดจึงได้รับเงินทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตและไม่มีอำนาจสั่งการคดีได้ ตนเร่งรัดให้สอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ. ไม่ต้องรอให้ครบกำหนด30วัน ส่วนกรณีที่อาจมีการตรวจสอบไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถอนอายัดที่ดินก่อนที่จะนำไปขายนั้นหากทำไม่ถูกต้องก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกันแต่เนื่องจากปปง.ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรมแล้วถ้ายังสังกัดอยู่จะสอบสวนให้รู้ผลภายใน2วันดังนั้นเรื่องนี้ต้องไปถามผู้บังคับบัญชาของปปง.ซึ่งตนจะส่งหลักฐานไปให้พิจารณาด้วย

            “คุณย่อมรู้ดีว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นนั่งอยู่หน้าห้องใครทั้งที่ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในคดีแต่ทำไมเข้าไปรับผิดชอบเงิน40ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวหา ผมไม่ได้หมายความว่าคนเป็นเจ้านายสั่งทำแต่อาจหมายถึงคนๆนี้มีอิทธิพลหรือถูกสั่งมา ผมให้ไปสอบให้ชัดเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็ว ต้องพิสูจน์ตัวเองเพราะที่ผ่านมาสังคมตั้งคำถามเรื่องการยุบดีเอสไอจึงต้องเร่งสอบสวนให้ชัด ผมก็ย้ำไปว่าไปเร่งสอบให้ชัดไม่ต้องรอจนครบ30วันเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนผมมารับตำแหน่งต้องเชื่อมโยงให้ได้ว่าใครสั่งเพราะผมไม่เชื่อว่าข้าราชการ 2 คนจะทำโดยพลการเนื่องจากไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องคดีเลย. แล้วคนที่จ่ายเงินจำเป็นต้องจ่ายเงินให้คนนี้หรือ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคดีเลย ตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ได้ใหญ่โตจนสามารถสั่งการได้หรือบล็อกคดีได้ แล้วใครควรจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมเชื่อว่าสังคมคิดได้ผมก็คิดเช่นกันและบอกไปตรงๆว่าผมไม่เชื่อว่าทำกัน 2 คนเพราะตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่ไปมีอิทธิพลกับการยับยั้งคดีได้ยาวนานจนผมต้องมานั่งรื้อใหม่ สังคมก็ต้องประเมินได้ว่าเหตุใดก่อนหน้านี้คดีจึงนิ่งไปนี่คือสิ่งที่ทำให้ไม่เชื่อว่าคน2คนนี้จะมีสิทธิมีเสียงไปสั่งการผู้บัญชาการสำนักคดี รองอธิบดี หรืออธิบดี ผมว่าไม่ใช่หรืออาจจะใช่ก็ให้ไปพิสูจน์มาว่าคุณเชื่ออย่างไรกับลูกน้องคุณ ถ้า2คนนี้สั่งคดีได้ข้าราชการดีเอสไอก็คงเข้าไปก้าวก่ายสั่งคดีกันได้หมด”รมว.ยุติธรรมกล่าว