ข่าว

เต่าตนุเกยหาด นำปฐมพยาบาลรอปล่อยลงทะเล

เต่าตนุเกยหาด นำปฐมพยาบาลรอปล่อยลงทะเล

21 พ.ย. 2559

ชาวประมงพบเต่าทะเลเกยตื้นชายหาดนิยม นำปรับสภาพรอปล่อยลงทะเล ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.9

               เวลา 07.30 น. วันนี้ (21 พ.ย.59) ชาวประมงพื้นบ้าน อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พบเต่าทะเลขนาดใหญ่ยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม เกยตื้นที่บริเวณชายหาดนิยม ม.2 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอไชยาตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นเต่าประเภทไหน ตัวผู้หรือตัวเมีย
               เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นเต่าตนุ (ตะ-หนุ) ที่หายาก อายุประมาณ 20 ปี ชาวประมงพื้นบ้านได้ช่วยกันนำตัวเต่าทะเลขึ้นจากชายหาดไปฟื้นฟูสภาพ ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมก่อน เนื่องจากเต่ามีอาการอ่อนเพลีย รอเจ้าหน้าที่ประมงตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนหากสภาพร่างกายเต่าดีขึ้นพร้อมปล่อยลงทะเลทันทีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศวทก. จ.ชุมพร ยันเต่าเกยตื้นชายหาด เป็นเต่าตนุอายุ 20-30 ปี สาเหตุป่วย-อ่อนเพลีย
               ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายพิทักษ์ เศวตศิลป์ ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ได้พบเต่าตนุ (ตะ-หนุ) ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 20 ปี น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ขึ้นมาเกยตื้นอยู่บนชายหาดนิยม ขณะที่นายพิทักษ กำลังกลับมาจากทะเลเพื่อจะขึ้นฝั่ง หลังจากนั้นได้นำใส่เรือประมงนำขึ้นมาไว้บริเวณที่มีร่มเงาและเติมน้ำทะเลใส่ลงไป เกรงว่าเต่าอาจจะเป็นอันตราย หากขาดน้ำเป็นเวลานาน รอจนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
               ล่าสุดเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอไชยาได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) จ.ชุมพร ตรวจสอบยืนยันว่าเป็นเต่าตนุ เพศเมีย อายุประมาณ 20-30 ปี ส่วนที่มาเกยตื้นน่าจะป่วยและอ่อนเพลีย จึงได้นำเต่าไปตรวจเลือดและตรวจตัวเพรียงที่เกาะกระดองเต่าในห้องแล็ปที่ ศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) จ.ชุมพร เพื่อหาสาเหตุการป่วยและรักษาให้แข็งแรงก่อนที่จะปล่อยลงสู่ท้องทะเลต่อไป
               สำหรับเต่าตนุเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมากเมื่อโตเต็มที่ เป็นเต่าที่มักพบในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งหรือตามเกาะต่างๆ ในน่านน้ำไทย โดยมีความยาวตั้งแต่หัวจรดหางประมาณ 1 เมตร น้ำหนักราว 130 กิโลกรัม หัวป้อมสั้น ปากสั้น เกล็ดเรียงต่อกันโดยไม่ซ้อนกัน กระดองหลังโค้งนูนเล็กน้อย บริเวณกลางหลังเป็นแนวนูนเกือบเป็นสัน ท้องแบนราบ ขาทั้ง 4 แบน เป็นใบพาย ขาคู่หลังมีขนาดเล็กกว่าขาคู่หน้ามาก ขาคู่หน้ามีเล็บแหลมเพียงข้างละชิ้น สีของกระดองดูเผินๆ มีเพียงสีน้ำตาลแดงเท่านั้น
               แต่ถ้าหากพิจารณาให้ละเอียด จะพบว่าเกล็ดแต่ละเกล็ดของกระดองหลังมีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลอมเขียว ขอบเกล็ดมีสีอ่อนๆ เป็นรอยด่างและมีลายเป็นเส้นกระจายออกจากจุดสีแดงปนน้ำตาล คล้ายกับแสงของพระอาทิตย์ที่ลอดออกจากเมฆ จึงมีชื่อเรียกเต่าชนิดนี้ว่าอีกชื่อหนึ่งว่า “เต่าแสงอาทิตย์” ขณะที่ชาวตะวันตกเรียกว่า “เต่าเขียว” อันเนื่องจากมีกระดองเหลือบสีเขียวนั่นเอง