
ตรวจหลวงพ่อคูณขั้นสุดท้ายก่อนอนุญาตกลับวัด20ส.ค.
คณะแพทย์ รพ.มหาราชตรวจร่างกายหลวงพ่อคูณ ดูอาการขั้นสุดท้าย ระบุทุกอย่างปกติ เตรียมอนุญาตให้กลับวัดบ้านไร่ในวันพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพระเทพพิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเข้าพักรักษาตัวภายในโรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2552 ที่ผ่านมาเนื่องจากมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึม เบลอ จำอะไรไม่ได้ และมีอาการคล้ายติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยทางคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชได้ทำการรักษากระทั่งอาการดีขึ้นตามลำดับและยืนยันผลตรวจพิสูจน์สารคัดหลั่งพบว่า หลวงพ่อคูณฯ ไม่ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งหลังจากรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลมหาราชมาเป็นเวลากว่า 6 วัน นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเป็นแพทย์ประจำตัวของหลวงพ่อคูณ ระบุว่าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณดีขึ้นจนใกล้ที่จะหายเป็นปกติแล้ว และหากไม่มีอาการแทรกซ้อนจะสามารถให้กลับวัดบ้านไร่ได้ในวันที่ 20 ส.ค.2552
ล่าสุดวันนี้ ( 19 ส.ค.2552 ) เวลา 08.00 น. คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครราชสีมา ได้นำหลวงพ่อคูณ ปริสุทโท เข้าตรวจเช็คร่างกายเพื่อสังเกตอาการขั้นสุดท้าย โดยได้นำหลวงพ่อคูณไปตรวจอัลตร้าซาวน์ บริเวณช่องท้องเพื่อหาความผิดปกติของระบบภายในร่างกาย ที่ห้องอัลตร้าซาวน์ ชั้นหนึ่ง ตึกผู้ป่วยนอก จากนั้นคณะแพทย์ได้นำหลวงพ่อคูณฯ เข้าตรวจเอ๊กซเรย์ปอดที่ห้องเอ๊กซเรย์ทั่วไป ก่อนที่จะให้หลวงพ่อคูณกลับมาพักผ่อนภายในห้องพัก เลขที่ 9821 ชั้น 8 ตึกเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครราชสีมาในเวลาต่อมา และภายหลังจากที่หลวงพ่อคูณกลับถึงห้องพักแล้ว คณะแพทย์ได้นำเครื่องตรวจวัดคลื่นหัวใจมาติดไว้ที่ร่างของหลวงพ่อคูณ เพื่อเช็คอัตราการเต้นของหัวใจเป็นขั้นตอนสุดท้าย 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าสังเกตอาการก่อนจะอนุญาตให้กลับวัดบ้านไร่ในวันพรุ่งนี้ ( 20 ส.ค.52 )
นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเป็นแพทย์ประจำตัวของหลวงพ่อคูณ เปิดเผยถึงผลตรวจอาการหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในวันนี้ว่า อาการโดยรวมของหลวงพ่อคูณจนถึงขณะนี้กลับเป็นปกติแล้วกว่า 90 % โดยผลการตรวจอัลตร้าซาวน์ภายในช่องท้องและการเอ๊กซเรย์ปอดเมื่อเช้านี้ ไม่พบว่ามีทุกอย่างเป็นปกติ ความดัน และน้ำตาลในกระแสเลือด กลับสู่ปกติทั้งหมดแล้ว แต่ทางคณะแพทย์ยังคงต้องให้ยาปฏิชีวนะ ทางเส้นเลือด เพื่อกำจัดเชื้อแปลกปลอมที่ยังอาจหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อทางกระแสเลือดแทรกซ้อนอีกสักระยะ และให้ยารักษาอาการทางหัวใจและสมองซึ่งเป็นยาประจำตัวของหลวงพ่อคูณ อย่างต่อเนื่อง
หลังจากนี้ทางคณะแพทย์จะยังคงเฝ้าดูอาการของหลวงพ่อคูณด้วยการติดเครื่องตรวจวัดคลื่นหัวใจ ไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าดูอาการและสังเกตความผิดปกติของระบบหัวใจเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งหากทุกอย่างยังคงเป็นปกติไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า ก็จะอนุญาตให้หลวงพ่อคูณฯ กลับวัดบ้านไร่ภายในวัดพรุ่งนี้
ทางด้านหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ กล่าวว่า “อาการดีขึ้นมาก และต้องการที่จะกลับวัดแล้ว”
ทั้งนี้คณะแพทย์ได้ขอความร่วมมือลูกศิษย์ใกล้ชิดไม่ให้หลวงพ่อคูณเคาะหัวศิษยานุศิษย์ที่เข้ามากราบนมัสการหลวงพ่อคูณ เป็นเวลา 1 เดือน และห้ามเข้าใกล้เกิน 1 เมตร เพราะคณะแพทย์เกรงว่าหลวงพ่อคูณอาจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้ เนื่องจากในช่วงนี้หลวงพ่อคูณเพิ่งหายป่วยและมีภูมิต้านทานที่ต่ำมาก ฉะนั้นอาจจะติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงการรับกิจนิมนต์นอกวัดขณะนี้ไม่ควรที่จะมีอย่างเด็ดขาด



