ข่าว

ตร.ยันนำจับบ่อนห้วยขวางประสานทหารร่วม

ตร.ยันนำจับบ่อนห้วยขวางประสานทหารร่วม

20 พ.ย. 2559

ตร.ยันนำจับบ่อนห้วยขวางเอง แต่กำลังไม่พอจึงประสานทหารร่วม ขณะที่ “ศานิตย์”ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง


          จากกรณีทหารชุดเฉพาะกิจกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กว่า 15 นาย เข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งลักลอบเล่นพนันภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง พบนักพนันจำนวน 32 คน เป็นชาย 21 ราย หญิง 17 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสดจำนวน 180,063 บาท อุปกรณ์การเล่นไฮโล จำนวน 3 ชุด ฯลฯ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 พฤศจิกายนนั้น

          ล่าสุดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.นครรินทร์ สุคนธิวิท รองผบก.น.1 รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง ที่มาทำหน้าที่แทนผู้กำกับการที่ถูกให้ไปช่วยราชการจากคดีสถานบันเทิงก่อนหน้านี้ ทราบว่าบ่อนที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการเปิดลักลอบเล่นการพนัน จึงเตรียมจะนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุม แต่เนื่องจากต้องมีการขอหมายค้นจากศาล ซึ่งอาจไม่ทันต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงขอกำลังของเจ้าหน้าที่ทหารและใช้คำสั่งตามมาตรา44 เข้าไปตรวจค้นจับกุมบ่อน ทั้งนี้ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นคนริเริ่มปฏิบัติการ และร่วมจับกุมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ก็จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า บ่อนที่เปิดอยู่นั้นเจ้าหน้าที่เข้าข่ายมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากพบว่ามีความผิดทางวินัยจริง ก็จำเป็นต้องออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการ อย่างไรก็ตามจะยังไม่มีคำสั่งจนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพราะอาจเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้

          ด้าน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทย์ รองผบก.น.1 ในฐานะรรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สามารถยึดเงินสดของกลางได้กว่า 5 แสนบาท พร้อมอุปกรณ์การเล่นไฮโลครบชุด และจับกุมนักพนันได้ 33 คนและเจ้ามืออีก 5 คน ประกอบด้วยนายกิตติ แซ่ล้อ รับเป็นผู้ดูแลและเจ้าของบ้าน ส่วนเจ้ามือเป็นชาวกัมพูชา 3 คนและเวียดนาม 1 คน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ห้วยขวาง โดยตำรวจจะนำตัวส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน  เวลา 09.00 น.

          พ.ต.อ.นครินทร์ ได้เปิดเผยต่อว่า การจับกุมครั้งนี้ตำรวจ สน.ห้วยขวางนำจับเอง แต่เนื่องจากกำลังตำรวจของ สน.ห้วยขวางไม่เพียงพอ เนื่องจากกำลังส่วนใหญ่ไปประจำการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบสนามหลวง อีกทั้งการขอหมายศาลเข้าตรวจค้นในช่วงเวลากลางคืนเป็นเรื่องยาก จึงได้ประสานขอกำลังทหารที่ดูแลพื้นที่ใช้อำนาจพิเศษเข้าจับกุม ตามมาตรา 44 ของคสช. ส่วนกรณีกระแสข่าวว่ามีผู้ต้องหา 2 คนหลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัวขึ้นรถออกจากที่เกิดเหตุไปที่สถานีตำรวจนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีผู้ต้องหาหลบหนีแต่อย่างใด