ข่าว

อัยการชี้ผู้นำเกาหลีใต้"สมรู้ร่วมคิด"เพื่อนสนิททุจริต

อัยการชี้ผู้นำเกาหลีใต้"สมรู้ร่วมคิด"เพื่อนสนิททุจริต

20 พ.ย. 2559

อัยการเกาหลีใต้เผยผลสอบคดีฉาว ประธานาธิบดีหญิง เป็นผู้ต้องสงสัย สมรู้ร่วมคิด เพื่อนสนิททุจริตและใช้อำนาจในทางที่ผิด

 

            20 พ.ย. ความคืบหน้าการสอบสวนกรณีอื้อฉาวนางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิทประธานาธิบดีปัก กึนเฮ แห่งเกาหลีใต้ ถูกกล่าวหาใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวกระทำการทุจริตอย่างมโหฬาร และก้าวก่ายกิจการของรัฐ คดีที่ลุกลามเป็นวิกฤติการเมืองเขย่ารัฐบาลในเวลานี้นั้น ล่าสุด นายลี ยอง รยอล หัวหน้าสำนักงานอัยการโซล และหัวหน้าทีมสอบสวนคดีนี้ แถลงว่า อัยการยื่นฟ้องกล่าวโทษนางชเว  ข้อหาใช้อำนาจมิชอบ ยักยอก และบังคับขู่เข็ญ  จากการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำประเทศ ก้าวก่ายงานบริหารแผ่นดิน และขู่เข็ญบริษัท 53 แห่งในประเทศบริจาคเงิน 65.7 ล้านดอลลาร์เข้ามูลนิธิ ที่ต่อมาเข้ากระเป๋าตัวเอง 

 

อัยการชี้ผู้นำเกาหลีใต้"สมรู้ร่วมคิด"เพื่อนสนิททุจริต

 

             ส่วน นายอัน ชอง บุม อดีตเลขานุการฝ่ายประสานนโยบาย ถูกแจ้งข้อหาคบคิดกับชอยกระทำการเหล่านั้น และจอง โฮ ซอง อดีตเลขานุการฝ่ายกิจการส่วนตัวประธานาธิบดี จะถูกพิจารณาคดีในข้อหาแพร่งพรายเอกสารรัฐบาลและเอกสารประธานาธิบดีให้กับนางชเว

            นอกจากนี้ อัยการยังระบุในคำฟ้องกล่าวโทษเป็นลายลักษณ์อักษรว่า  ประธานาธิบดีปักกึนเฮ มีบทบาทสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมที่ผู้ต้องหาทั้งสามคนพัวพัน ทั้งการช่วยเพื่อนระดมเงินจากบริษัทต่างๆ และสั่งที่ปรึกษานำเอกสารลับมาให้กับชเว เพื่อนที่เธอวางใจแต่ไม่ได้มีตำแหน่งรับผิดชอบใดในรัฐบาล

 

อัยการชี้ผู้นำเกาหลีใต้"สมรู้ร่วมคิด"เพื่อนสนิททุจริต

 

             อัยการไม่มีอำนาจแจ้งข้อหาอาญากับประธานาธิบดี ที่ได้รับเอกสิทธิคุ้มครองจากการดำเนินคดีตามรัฐธรรมนูญ ที่ยกเว้นเฉพาะข้อหาก่อกบฏหรือทรยศ แต่ยืนยันว่า จะสอบสวนเธอ และอาจแจ้งข้อหาหลังพ้นจากตำแหน่ง

            ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีปักกึนเฮ รับปากว่าจะตอบคำถามอัยการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแต่ทนายของเธอ ขอเลื่อนออกไป เพื่อขอเวลาเตรียมตัว

 

อัยการชี้ผู้นำเกาหลีใต้"สมรู้ร่วมคิด"เพื่อนสนิททุจริต

 

            ชาวเกาหลีใต้เรือนแสนออกมาชุมนุมจุดเทียนเป็นครั้งที่ 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก ผู้จัดประเมินว่า มีผู้ออกมาชุมนุมระลอกล่าสุด 5 แสนคนในกรุงโซล และรวมทั่วประเทศมากกว่า 7.5 แสน แต่ตำรวจให้ตัวเลขราว 1 ใน 4 ของที่ผู้จัดประเมิน