
อัยการชี้ผู้นำเกาหลีใต้"สมรู้ร่วมคิด"เพื่อนสนิททุจริต
อัยการเกาหลีใต้เผยผลสอบคดีฉาว ประธานาธิบดีหญิง เป็นผู้ต้องสงสัย สมรู้ร่วมคิด เพื่อนสนิททุจริตและใช้อำนาจในทางที่ผิด
20 พ.ย. ความคืบหน้าการสอบสวนกรณีอื้อฉาวนางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิทประธานาธิบดีปัก กึนเฮ แห่งเกาหลีใต้ ถูกกล่าวหาใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวกระทำการทุจริตอย่างมโหฬาร และก้าวก่ายกิจการของรัฐ คดีที่ลุกลามเป็นวิกฤติการเมืองเขย่ารัฐบาลในเวลานี้นั้น ล่าสุด นายลี ยอง รยอล หัวหน้าสำนักงานอัยการโซล และหัวหน้าทีมสอบสวนคดีนี้ แถลงว่า อัยการยื่นฟ้องกล่าวโทษนางชเว ข้อหาใช้อำนาจมิชอบ ยักยอก และบังคับขู่เข็ญ จากการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำประเทศ ก้าวก่ายงานบริหารแผ่นดิน และขู่เข็ญบริษัท 53 แห่งในประเทศบริจาคเงิน 65.7 ล้านดอลลาร์เข้ามูลนิธิ ที่ต่อมาเข้ากระเป๋าตัวเอง
ส่วน นายอัน ชอง บุม อดีตเลขานุการฝ่ายประสานนโยบาย ถูกแจ้งข้อหาคบคิดกับชอยกระทำการเหล่านั้น และจอง โฮ ซอง อดีตเลขานุการฝ่ายกิจการส่วนตัวประธานาธิบดี จะถูกพิจารณาคดีในข้อหาแพร่งพรายเอกสารรัฐบาลและเอกสารประธานาธิบดีให้กับนางชเว
นอกจากนี้ อัยการยังระบุในคำฟ้องกล่าวโทษเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ประธานาธิบดีปักกึนเฮ มีบทบาทสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมที่ผู้ต้องหาทั้งสามคนพัวพัน ทั้งการช่วยเพื่อนระดมเงินจากบริษัทต่างๆ และสั่งที่ปรึกษานำเอกสารลับมาให้กับชเว เพื่อนที่เธอวางใจแต่ไม่ได้มีตำแหน่งรับผิดชอบใดในรัฐบาล
อัยการไม่มีอำนาจแจ้งข้อหาอาญากับประธานาธิบดี ที่ได้รับเอกสิทธิคุ้มครองจากการดำเนินคดีตามรัฐธรรมนูญ ที่ยกเว้นเฉพาะข้อหาก่อกบฏหรือทรยศ แต่ยืนยันว่า จะสอบสวนเธอ และอาจแจ้งข้อหาหลังพ้นจากตำแหน่ง
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีปักกึนเฮ รับปากว่าจะตอบคำถามอัยการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแต่ทนายของเธอ ขอเลื่อนออกไป เพื่อขอเวลาเตรียมตัว
ชาวเกาหลีใต้เรือนแสนออกมาชุมนุมจุดเทียนเป็นครั้งที่ 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก ผู้จัดประเมินว่า มีผู้ออกมาชุมนุมระลอกล่าสุด 5 แสนคนในกรุงโซล และรวมทั่วประเทศมากกว่า 7.5 แสน แต่ตำรวจให้ตัวเลขราว 1 ใน 4 ของที่ผู้จัดประเมิน



