ข่าว

กทม.พร้อมปรับแผนรับปชช.กราบพระบรมศพ

กทม.พร้อมปรับแผนรับปชช.กราบพระบรมศพ

19 พ.ย. 2559

โฆษก กทม.ยอมรับการบริหารจัดการคิวยังเป็นปัญหา เหตุปชช.เดินทางมาสนามหลวงกว่าแสนคนต่อวัน

 

          เมื่อวันที่ 19 พ.ย.59  ดร.ตรีดาว อภัยวงศ์  โฆษกกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ในรายการกรองข่าววันเสาร์ เอฟเอ็ม 102 ถึงการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานคร ในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯว่า การปรับพื้นที่ท้องสนามหลวงจะแล้วเสร็จในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ส่วนการดูแลประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงเป็นการปรับเปลี่ยนแผนแบบวันต่อวัน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงไม่มีการวางแผนล่วงหน้า เมื่อเกิดปัญหาจะปรับแก้ที่หน้างาน ต้องเข้าใจว่าในแต่ละวันมีประชาชนกว่าแสนคนเดินทางมายังท้องสนามหลวง ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ กทม.และอาสาสมัครจึงพยายามดูแลประชาชนให้ดีที่สุด โดยจุดที่ยังถูกว่าเป็นปัญหาคือเรื่องระบบบริหารจัดการคิว ที่เป็นความรับผิดชอบหลักของกองทัพภาคที่1  จึงอาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก โดยเฉลี่ยสำนักพระราชวังสามารถบริหารจัดการให้เข้ากราบพระบรมศพได้ 2,000 คนต่อชั่วโมง หากเป็นคิวที่ 2,000 ก็จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง แต่หากประชาชนเดินทางพร้อมๆกัน 20,000 คน คิวที่20,000 จะต้องใช้เวลารอคิว 10 ชั่วโมง

         โฆษก กทม. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กทม.ได้เข้าไปตั้งเต้นท์ นำเก้าอี้ไปให้บริการ 12,000 ตัว ติดพัดลมคลายร้อน และเตรียมจะติดตั้งโทรทัศน์เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด รวมถึงมีบริการน้ำดื่มและอาหารแบบเสริฟถึงที่นั่ง เพราะที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนที่มาเข้าคิวจะไม่ยอมลุกออกจากที่นั่ง ทำให้เป็นลมเพราะขาดน้ำ ขาดอาหาร และจัดให้ทีมอาสาสมัครเริ่มเสริฟน้ำและอาหารบริเวณหน้าวัดมหาธาตุตั้งแต่เวลา 04.00 น. เนื่องจากประชาชนจำนวนมากมาเข้าคิวก่อนเวลา 04.00 น. อย่างไรก็ตาม จากลักษณะทางกายภาพของสนามหลวงในเวลากลางวันอากาศร้อน ขอให้ประชาชนพกน้ำดื่มติดตัวตลอดเวลา ในกรณีผู้สูงอายุและเด็กเล็กขอให้มีป้ายชื่อสกุลที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของญาติ หากมีโรคประจำตัวขอให้พกยารักษาโรคติดตัวมาด้วย นอกจากนี้ยังประชาสัมพันธ์ขอรับการบริจาคน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 300 มิลลิลิตร หรือแก้วน้ำ เพื่อให้บริการน้ำดื่มแก่ประชาชน สำหรับวันที่ 3-5 ธ.ค.นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าประชาชนจะหลั่งไหลเดินทางมากราบพระบรมศพนั้น กทม.พร้อมปรับแผนให้บริการประชาชน เช่นที่ผ่านมาตำรวจเคยปิดถนน 27 สาย แต่เมื่อพบว่าประชาชนไม่มาก ก็ลดการปิดช่องทางการจราจรลง เป็นต้น